หนังสือของอับราฮัม แปลจากแผ่นปาปิรุส, โดยโจเซฟ สมิธ
บทที่ ๒
อับราฮัมออกจากเออร์เพื่อไปคานาอัน—พระเยโฮวาห์ทรงปรากฏต่อเขาที่ฮาราน—พรพระกิตติคุณทั้งปวงสัญญาไว้แก่พงศ์พันธุ์ของเขาและผ่านพงศ์พันธุ์ของเขาไปสู่คนทั้งปวง—เขาไปคานาอันและต่อไปยังอียิปต์.
๑
บัดนี้พระเจ้า พระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้ความอดอยากรุนแรงขึ้นในแผ่นดินแห่งเออร์, ถึงขนาดที่ฮา รานก, น้องชายข้าพเจ้า, ตาย; แต่ เทราห์ข, บิดาข้าพเจ้า, ยังมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินแห่งเออร์, ของชาวเคลเดีย.
๒
และเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นคือ ข้าพเจ้า, อับราฮัม, รับซา รายกเป็นภรรยา, และนา โฮร์ข, น้องชายข้าพเจ้า, รับมิลคาห์เป็นภรรยา, นางเป็นธิดาของฮาราน.
๓
บัดนี้พระเจ้า ตรัสกกับข้าพเจ้าไว้ว่า: อับราฮัม, เจ้าจงออกจากแผ่นดินของเจ้า, และจากญาติพี่น้องของเจ้า, และจากบ้านบิดาของเจ้า, ไปยังแผ่นดินที่เราจะแสดงแก่เจ้า.
๔
ฉะนั้นข้าพเจ้าออกจากแผ่นดิน แห่งเออร์ก, ของชาวเคลเดีย, เพื่อเข้าไปในแผ่นดินแห่งคานาอัน; และข้าพเจ้าพาโลท, บุตรของน้องชายข้าพเจ้า, และภรรยาของเขา, และซารายภรรยาข้าพเจ้าไป; และ บิดาขข้าพเจ้าตามข้าพเจ้าไปด้วย, ไปยังแผ่นดินซึ่งเราขนานนามว่าฮาราน.
๕
และความอดอยากทุเลาลง; และบิดาข้าพเจ้าอยู่ในฮารานต่อไปและพำนักที่นั่น, เพราะมีฝูงสัตว์มากมายในฮาราน; และบิดาข้าพเจ้าหันไปสู่การนับถือรูป เคารพกของท่านอีก, ฉะนั้นท่านจึงยังอยู่ต่อไปในฮาราน.
๖
แต่ข้าพเจ้า, อับราฮัม, และ โลทก, บุตรของน้องชายข้าพเจ้า, สวดอ้อนวอนพระเจ้า, และพระเจ้าทรง ปรากฏขต่อข้าพเจ้า, และตรัสกับข้าพเจ้า: จงลุกขึ้น, และพาโลทไปกับเจ้า; เพราะเราตกลงใจจะพาเจ้าออกไปจากฮาราน, และจะทำให้เจ้าเป็นผู้ปฏิบัติศาสนกิจเพื่อรับ นามคของเราใน แผ่นดินงต่างแดนแห่งหนึ่งซึ่งเราจะให้แก่พงศ์พันธุ์ของเจ้าต่อจากเจ้า เพื่อเป็นทรัพย์สมบัติอันเป็นนิจ, เมื่อพวกเขาสดับฟังเสียงของเรา.
๗
เพราะเราคือพระเจ้า พระผู้เป็นเจ้าของเจ้า; เราพำนักในสวรรค์; แผ่นดินโลกคือที่วาง เท้ากของเรา; เรายื่นมือของเราเหนือทะเล, และมันเชื่อฟังเสียงของเรา; เราทำให้ลมและไฟเป็นรถ ศึกขของเรา; เรากล่าวแก่ภูเขา—จงออกไปจากที่นี่—และดูเถิด, มันถูกลมหมุนพัดไป, ในทันทีทันใด, อย่างฉับพลัน.
๘
นามของเราคือ เยโฮวาห์ก, และเรา รู้ขจุดจบนับแต่กาลเริ่มต้น; ฉะนั้นมือของเราจะอยู่เหนือเจ้า.
๙
และเราจะรังสรรค์จากเจ้าประชาชาติที่ยิ่งใหญ่, และเราจะอวย พรกเจ้าจนมิอาจประมาณได้, และทำให้นามของเจ้ายิ่งใหญ่ในบรรดาประชาชาติทั้งปวง, และเจ้าจะเป็นพรแก่พงศ์พันธุ์ของเจ้าต่อจากเจ้า, กระทั่งในมือพวกเขา พวกเขาจะนำการปฏิบัติศาสนกิจและฐานะ ปุโรหิตขนี้สู่ประชาชาติทั้งปวง;
๑๐
และเราจะอวยพรพวกเขาโดยผ่านชื่อของเจ้า; เพราะมากเท่าที่ได้รับพระ กิตติคุณกนี้จะได้รับเรียกตามชื่อของเจ้า, และจะนับไว้เป็น พงศ์พันธุ์ขของเจ้า, และจะลุกขึ้นและอวยพรเจ้า, เป็น บิดาคพวกเขา;
๑๑
และเราจะอวย พรกคนเหล่านั้นที่อวยพรเจ้า, และสาปแช่งคนเหล่านั้นที่สาปแช่งเจ้า; และโดยเจ้า (นั่นคือ, โดยฐานะปุโรหิตของเจ้า) และโดย พงศ์พันธุ์ขของเจ้า (นั่นคือ, ฐานะปุโรหิตของเจ้า), คือเราให้สัญญาแก่เจ้าว่า สิทธิ์คนี้จะยังคงอยู่ในเจ้า, และในพงศ์พันธุ์ของเจ้าต่อจากเจ้า (นั่นหมายถึง, พงศ์พันธุ์โดยตรง, หรือพงศ์พันธุ์จากตัวเจ้า) ครอบครัวทั้งหมดของแผ่นดินโลกจะได้รับพร, แม้ด้วยพรแห่งพระกิตติคุณ, ซึ่งคือพรแห่งความรอด, แม้แห่งชีวิตนิรันดร์.
๑๒
บัดนี้, หลังจากพระเจ้าทรงละไปจากการรับสั่งกับข้าพเจ้า, และทรงถอนพระพักตร์ไปจากข้าพเจ้าแล้ว, ข้าพเจ้ากล่าวในใจข้าพเจ้า: ผู้รับใช้ของพระองค์แสวง หากพระองค์มาอย่างตั้งใจจริง; บัดนี้ข้าพระองค์พบพระองค์แล้ว;
๑๓
พระองค์ได้ทรงส่งเทพของพระองค์มา ปลดปล่อยกข้าพระองค์จากเทพเจ้าของเอลเคนาห์, และจะเป็นการดีหากข้าพระองค์สดับฟังสุรเสียงของพระองค์, ฉะนั้นขอทรงโปรดให้ผู้รับใช้ของพระองค์ลุกขึ้นและออกไปอย่างสงบสุข.
๑๔
ดังนั้นข้าพเจ้า, อับราฮัม, จึงออกไปดังที่พระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้า, และโลทกับข้าพเจ้า; และข้าพเจ้า, อับราฮัม, อายุหกสิบสอง ปีกเมื่อข้าพเจ้าออกไปจากฮาราน.
๑๕
และข้าพเจ้าพาซา รายกไป, ผู้ซึ่งข้าพเจ้ารับเป็นภรรยาเมื่อข้าพเจ้าอยู่ ในเออร์ข, ในเคลเดีย, และโลท, บุตรของน้องชายข้าพเจ้า, และทรัพย์สินทั้งหมดของเราที่เรารวบรวมไว้, และบรรดาคนที่เราชนะ ใจคในฮาราน, และออกไปในเส้นทางสู่แผ่นดินแห่งคานา อันง, และพำนักในกระโจมเมื่อเราอยู่ระหว่างทาง;
๑๖
ฉะนั้น, อนันตกาลคือเครื่องกำบังของเราและ ศิลากของเราและความรอดของเรา, ขณะที่เราเดินทางจากฮารานโดยผ่านไปทางเจอร์ชอน, เพื่อมายังแผ่นดินแห่งคานาอัน.
๑๗
บัดนี้ข้าพเจ้า, อับราฮัม, สร้างแท่น บูชากในแผ่นดินแห่งเจอร์ชอน, และประกอบพิธีถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า, และสวดอ้อนวอนเพื่อความ อดอยากขจะได้หมดสิ้นไปจากบ้านของบิดาข้าพเจ้า, เพื่อพวกเขาจะไม่ตาย.
๑๘
และจากนั้นเราผ่านจากเจอร์ชอนทางแผ่นดินไปยังสถานที่แห่งเชเคม; สถานที่นี้ตั้งอยู่ในที่ราบโมเรห์, และเราได้เข้ามาในชายแดนแผ่นดินของชาวคานา อันกแล้ว, และข้าพเจ้าถวายเครื่องพลี บูชาขที่นั่นในที่ราบโมเรห์, และเรียกหาพระเจ้าอย่างภักดี, เพราะเราเข้ามาในแผ่นดินของประชาชาติที่กราบไหว้รูปเคารพนี้แล้ว.
๑๙
และพระเจ้าทรงปรากฏต่อข้าพเจ้าเป็นการตอบคำสวดอ้อนวอนของข้าพเจ้า, และตรัสกับข้าพเจ้า: แก่พงศ์พันธุ์ของเจ้าเราจะให้ แผ่นดินกนี้.
๒๐
และข้าพเจ้า, อับราฮัม, ลุกจากสถานที่ของแท่นบูชาซึ่งข้าพเจ้าสร้างถวายพระเจ้า, และออกจากที่นั่นไปยังภูเขาลูกหนึ่งทางตะวันออก ของเบธเอลก, และตั้งกระโจมของข้าพเจ้าที่นั่น, เบธเอลทางตะวันตก, และ อัยขทางตะวันออก; และที่นั่นข้าพเจ้าสร้างแท่นบูชาอีกแท่นหนึ่งถวายพระเจ้า, และเรียก หาคพระนามของพระเจ้าอีกครั้ง.
๒๑
และข้าพเจ้า, อับราฮัม, เดินทางไป, โดยยังมุ่งไปทางทิศใต้; และมีความอดอยากต่อเนื่องในแผ่นดิน; และข้าพเจ้า, อับราฮัม, ตัดสินใจลงไปในอียิปต์, เพื่อพักแรมอยู่ที่นั่น, เพราะความอดอยากเริ่มทวีความรุนแรง.
๒๒
และเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นเมื่อข้าพเจ้ามาใกล้จนเกือบจะเข้าไปในอียิปต์, พระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้า: ดูเถิด, ซา รายก, ภรรยาเจ้า, เป็นหญิงที่งดงามมากน่าพิสมัย;
๒๓
ฉะนั้นเหตุการณ์จะบังเกิดขึ้น, เมื่อชาวอียิปต์จะเห็นนาง, พวกเขาจะกล่าว—นางเป็นภรรยาของเขา; และพวกเขาจะฆ่าเจ้า, แต่พวกเขาจะช่วยนางไว้ไม่ให้นางตาย; ฉะนั้นดูว่าเจ้าทำในทำนองนี้:
๒๔
ให้นางกล่าวแก่ชาวอียิปต์, นางเป็นน้องสาวเจ้า, และชีวิตเจ้าจะยังอยู่.
๒๕
และเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นคือข้าพเจ้า, อับราฮัม, บอกซาราย, ภรรยาข้าพเจ้า, ทุกอย่างที่พระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้า—ฉะนั้นจงกล่าวแก่พวกเขา, ข้าอ้อนวอนเจ้า, เจ้าเป็นน้องสาวของข้า, เพื่อจะเป็นการดีกับข้าเพราะเห็นแก่เจ้า, และชีวิตข้าจะยังอยู่เนื่องจากเจ้า.
|