พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน  ถัดไป >
หนังสือ​ของ​แอลมา
บุตร​ของ​แอลมา
บท​ที่ ๒๒
แอ​รัน​สอน​บิดา​ของ​ลา​โม​ไน​เกี่ยว​กับ​การ​สร้าง, การ​ตก​ของ​อาดัม, และ​แผน​แห่ง​การ​ไถ่​โดย​ผ่าน​พระ​คริสต์—กษัตริย์​และ​ผู้คน​ใน​ครัวเรือน​ทั้งหมด​ของ​ท่าน​เปลี่ยนใจ​เลื่อมใส—มี​คำ​อธิบาย​ถึง​การ​แบ่งแยก​ดิน​แดน​ระหว่าง​ชาว​นีไฟกับ​ชาวเล​มัน. ประมาณ ๙๐–๗๗ ปี​ก่อน​ค​ริ​สต​กาล.
  ๑ บัดนี้, ขณะ​ที่​แอ​มัน​กำลัง​สอน​ผู้คน​ของ​ลา​โม​ไน​อยู่​เป็น​ประจำ​ดังนี้, เรา​จะ​กลับ​ไป​สู่​เรื่องราว​ของ​แอ​รัน​และ​พี่น้อง​ท่าน; เพราะ​หลังจาก​ท่าน​ออก​จาก​แผ่นดิน​แห่ง​มิด​โด​ไน​แล้ว​พระ​วิญญาณ​ทรงนำ​ท่าน​ไป​แผ่นดิน​แห่งนีไฟ, แม้​จนถึง​บ้าน​ของ​กษัตริย์​ซึ่ง​ปกครอง​ทั่ว​แผ่นดินเว้นแต่​แผ่นดิน​แห่งอิชมาเอล; และ​เขา​คือ​บิดา​ของ​ลา​โม​ไน.
  ๒ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​ท่าน​เข้าไป​หา​เขา​ใน​วัง​ของ​กษัตริย์, พร้อม​ด้วย​พี่น้อง​ท่าน, และ​น้อม​คำนับ​กษัตริย์, และ​กล่าว​แก่​เขา​ว่า: ดูเถิด, ข้า​แต่​กษัตริย์, เรา​เป็น​พี่น้อง​ของ​แอ​มัน, ผู้​ที่​ท่านปลดปล่อย​ออก​จาก​เรือนจำ.
  ๓ และ​บัดนี้, ข้า​แต่​กษัตริย์, หาก​ท่าน​จะ​ไว้​ชีวิต​เรา, เรา​จะ​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ท่าน. และ​กษัตริย์​กล่าว​แก่​พวก​ท่าน: จง​ลุก​ขึ้น​เถิด, เพราะ​ข้าพเจ้า​จะ​ไว้​ชีวิต​พวก​ท่าน, และ​ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​ยอม​ให้ท่า​น​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ข้าพเจ้า; แต่​ข้าพเจ้า​จะ​ยืนกราน​ให้ท่า​น​ปฏิบัติ​ต่อ​ข้าพเจ้า; เนื่องจาก​ข้าพเจ้า​กังวล​ใจ​อยู่​บ้าง​เพราะ​ความ​โอบอ้อมอารี​และ​ความ​สำคัญ​ยิ่ง​แห่ง​ถ้อยคำ​ของ​แอ​มัน​น้อง​ชาย​ท่าน; และ​ข้าพเจ้า​ปรารถนา​จะ​รู้​สาเหตุ​ที่​เขา​ไม่​ขึ้น​มา​จาก​มิด​โด​ไน​พร้อม​กับ​ท่าน.
  ๔ และ​แอ​รัน​กล่าว​แก่​กษัตริย์: ดูเถิด, พระ​วิญญาณ​ของ​พระเจ้า​ทรง​เรียก​ให้​เขา​ไป​ทาง​อื่น; เขา​ไป​แผ่นดิน​แห่งอิชมาเอล, เพื่อ​สอน​ผู้คน​ของ​ลา​โม​ไน.
  ๕ บัดนี้​กษัตริย์​กล่าว​แก่​พวก​ท่าน: สิ่ง​ที่​ท่าน​กล่าว​เกี่ยว​กับ​พระ​วิญญาณ​ของ​พระเจ้า​นี้​คือ​อะไร ? ดูเถิด, นี่​คือ​เรื่อง​ที่​ทำให้​ข้าพเจ้า​กังวล​ใจ.
  ๖ และ​อีก​ทั้ง, อะไร​เล่า​ที่​แอ​มัน​กล่าว​ว่า—หาก​ท่าน​จะ​กลับใจ​ท่าน​จะ​ได้​รับ​การ​ช่วย​ให้​รอด, และ​หาก​ท่าน​จะ​ไม่​กลับ​ใจ, ท่าน​จะ​ถูก​ขับ​ออก​ใน​วัน​สุดท้าย ?
  ๗ และ​แอ​รัน​ตอบ​เขา​และ​กล่าว​แก่​เขา: ท่าน​เชื่อ​หรือ​ไม่​ว่า​มี​พระผู้เป็นเจ้า ? และ​กษัตริย์​กล่าว: ข้าพเจ้า​รู้​ว่า​ชาว​อเเมลิไค​กล่าว​ว่า​มี​พระผู้เป็นเจ้า, และ​ข้าพเจ้า​อนุญาต​ให้​พวก​เขา​สร้าง​สถาน​ศักดิ์สิทธิ์, เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​มา​ชุมนุม​กัน​นมัสการ​พระองค์. และ​บัดนี้​หาก​ท่าน​กล่าว​ว่า​มี​พระผู้เป็นเจ้า​แล้ว, ดูเถิด​ข้าพเจ้า​จะเชื่อ.
  ๘ และ​บัดนี้​เมื่อ​แอ​รัน​ได้ยิน​เรื่อง​นี้, ใจ​ท่าน​ก็​เริ่ม​ชื่นชมยินดี, และ​ท่าน​กล่าว: ดูเถิด, โดย​แน่แท้​ดัง​ท่าน​มี​ชีวิต​อยู่​ฉันใด, ข้า​แต่​กษัตริย์, มี​พระผู้เป็นเจ้า​ฉันนั้น.
  ๙ และ​กษัตริย์​กล่าว: พระผู้เป็นเจ้า​คือ​พระ​วิญญาณ​ยิ่งใหญ่​องค์​นั้น​ที่​ทรง​นำ​บรรพบุรุษ​เรา​ออก​จาก​แผ่นดิน​แห่ง​เยรูซา​เล็ม​หรือ ?
  ๑๐ และ​แอ​รัน​กล่าว​แก่​เขา: ใช่, พระองค์​คือ​พระ​วิญญาณ​ยิ่ง​ใหญ่​องค์​นั้น, และ​พระองค์​ทรงสร้าง​สิ่ง​ทั้งปวง ทั้ง​ใน​สวรรค์​และ​ใน​แผ่นดิน​โลก. ท่าน​เชื่อ​เรื่อง​นี้​ไหม ?
  ๑๑ และ​เขา​กล่าว: ใช่, ข้าพเจ้า​เชื่อ​ว่า​พระ​วิญญาณ​ยิ่ง​ใหญ่​องค์​นั้น​ทรง​สร้าง​สิ่ง​ทั้งปวง, และ​ข้าพเจ้า​ปรารถนา​ให้ท่า​นบ​อก​ข้าพเจ้า​เกี่ยว​กับ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ทั้งหมด, และ​ข้าพเจ้า​จะเชื่อ​ถ้อยคำ​ของ​ท่าน.
  ๑๒ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​แอ​รัน​เห็น​ว่า​กษัตริย์​จะ​เชื่อ​ถ้อยคำ​ของ​ท่าน, ท่าน​จึง​เริ่ม​ตั้งแต่​การ​สร้าง​อาดัม, โดยอ่าน​พระ​คัมภีร์​ให้​กษัตริย์​ฟัง—ว่า​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ตาม​รูป​ลักษณ์​ของ​พระองค์​เอง​อย่างไร, และ​ว่า​พระผู้เป็นเจ้า​ประทาน​บัญญัติ​ของ​พระองค์​ให้​เขา, และ​ว่า​เพราะ​การ​ล่วง​ละเมิด, มนุษย์​จึง​ตก.
  ๑๓ และ​แอ​รัน​อรรถาธิบาย​พระ​คัมภีร์​แก่​เขา​ตั้งแต่​การสร้าง​อาดัม, เล่า​การ​ตก​ของ​มนุษย์​ให้​เขา​ฟัง, และ​สภาพ​ทาง​เนื้อ​หนัง​ของ​พวก​เขา​และ​แผน​แห่ง​การไถ่​ด้วย, ซึ่ง​เตรียม​ไว้​ตั้งแต่​การ​วางรากฐาน​ของ​โลก, โดย​ผ่าน​พระ​คริสต์, สำหรับ​ผู้​ใด​ก็ตาม​ที่​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระองค์​ทุก​คน.
  ๑๔ และ​เนื่องจาก​มนุษย์ตก​เขา​จึง​ไม่​มี​ค่า​ควรได้​สิ่ง​ใด​มา​ด้วย​ตน​เอง; แต่​ความ​ทุกขเวทนา​และ​ความ​ตาย​ของ​พระ​คริสต์ชดใช้​บาป​ของ​พวก​เขา, ผ่าน​ทาง​ศรัทธา​และ​การก​ลับ​ใจ, และ​อื่น ๆ; และ​ว่า​พระองค์​ทรง​ทำให้​สาย​รัด​แห่ง​ความ​ตาย​ขาด, เพื่อ​หลุมศพ​จะ​ไม่​มี​ชัย​ชนะ, และ​เพื่อ​ความ​เจ็บ​แปลบ​แห่ง​ความ​ตาย​จะ​ถูก​กลืน​เข้าไป​ใน​ความ​หวัง​แห่ง​รัศมี​ภาพ; และ​แอ​รัน​อรรถาธิบาย​เรื่อง​ทั้งหมด​นี้​ต่อ​กษัตริย์.
  ๑๕ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​หลังจาก​แอ​รัน​ได้​อรรถาธิบาย​เรื่อง​เหล่า​นี้​ต่อ​เขา, กษัตริย์​กล่าว: ข้าพเจ้า​จะ​ทำอย่างไร​จึง​จะ​มี​ชีวิต​นิรันดร์ซึ่ง​ท่าน​พูด​ถึง​นี้ ? แท้จริง​แล้ว, ข้าพเจ้า​จะ​ทำ​อย่างไร​เพื่อ​จะเกิด​จาก​พระผู้เป็นเจ้า, โดย​ขุด​เอา​ราก​ของ​วิญญาณ​ชั่ว​ร้าย​นี้​ออก​จาก​อก​ข้าพเจ้า, และ​ได้​รับ​พระ​วิญญาณ​ของ​พระองค์, เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​เปี่ยม​ด้วย​ปีติ, เพื่อ​จะ​ไม่​ถูก​ขับ​ออก​ใน​วัน​สุดท้าย ? ดูเถิด, ท่าน​กล่าว, ข้าพเจ้า​จะ​สละ​สิ่งทั้งปวง​ที่​ข้าพเจ้า​เป็น​เจ้าของ, แท้จริง​แล้ว, ข้าพเจ้า​จะ​ละทิ้ง​อาณาจักร​ของ​ข้าพเจ้า, เพื่อ​จะ​รับ​ความ​ปรีดี​ยิ่ง​นี้.
  ๑๖ แต่​แอ​รัน​กล่าว​แก่​เขา: หาก​ท่านปรารถนา​สิ่ง​นี้, หาก​ท่าน​จะ​น้อม​กาย​ลง ณ เบื้อง​พระ​พักตร์​พระผู้เป็นเจ้า, แท้จริง​แล้ว, หาก​ท่าน​จะ​กลับ​ใจ​จาก​บาป​ทั้งหมด​ของ​ท่าน, และ​จะ​น้อม​กาย​ลง ณ เบื้อง​พระ​พักตร์​พระผู้เป็นเจ้า, และ​เรียก​หา​พระ​นาม​ของ​พระองค์​ด้วย​ศรัทธา, และ​เชื่อ​ว่า​ท่าน​จะ​ได้​รับ, เมื่อนั้น​ท่าน​จะ​ได้​รับ​ความหวัง​ซึ่ง​ท่าน​ปรารถนา.
  ๑๗ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​แอ​รัน​กล่าว​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้​แล้ว, กษัตริย์​น้อม​กาย​ลง ณ เบื้อง​พระ​พักตร์​พระเจ้า, โดย​คุกเข่า​ลง; แท้จริง​แล้ว, แม้​เขา​ทอดตัว​ลง​ฟุบ​กับ​พื้น​ดิน, และร้อง​ด้วย​สุดกำลัง, มีค​วาม​ว่า:
  ๑๘ ข้า​แต่​พระผู้เป็นเจ้า, แอ​รัน​บอก​ข้าพระ​องค์​ว่า​มี​พระผู้เป็นเจ้า; และ​หาก​มี​พระผู้เป็นเจ้า, และ​หาก​พระองค์​ทรง​เป็น​พระผู้เป็นเจ้า​แล้ว, ขอ​ได้​โปรด​แสดง​องค์​ให้​ข้าพระ​องค์​รู้จัก, และ​ข้าพระ​องค์​จะ​ทิ้ง​บาป​ทั้งหมด​ของ​ข้าพระ​องค์​เพื่อ​รู้จัก​พระองค์, และ​เพื่อ​พระองค์​จะ​ทรง​ยก​ข้าพระ​องค์​ขึ้น​จาก​บรรดา​คน​ตาย, และ​ได้​รับ​การ​ช่วย​ให้​รอด​ใน​วัน​สุดท้าย. และ​บัดนี้​เมื่อ​กษัตริย์​กล่าว​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้​แล้ว, เขา​ก็​แน่นิ่ง​ประหนึ่ง​ว่า​ตาย.
  ๑๙ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​ผู้​รับ​ใช้​ของ​เขา​วิ่ง​ไป​บอก​ราชินี​ถึง​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกิด​แก่​กษัตริย์. และ​นาง​เข้า​มา​หา​กษัตริย์; และ​เมื่อ​นาง​เห็น​เขา​นอน​อยู่​ประหนึ่ง​ว่า​ตาย, และ​แอ​รัน​กับ​พี่น้อง​ท่าน​ยืน​อยู่​ด้วย​ราวกับ​ว่า​พวก​ท่าน​เป็น​สาเหตุ​แห่ง​การ​ล้ม​ลง​ของ​เขา, นาง​จึง​โกรธ​พวก​เขา, และ​สั่ง​ผู้​รับ​ใช้​ของ​นาง, หรือ​ผู้​รับ​ใช้​ของ​กษัตริย์, ให้​พา​พวก​ท่าน​ไป​สังหาร​เสีย.
  ๒๐ บัดนี้​บรรดา​ผู้​รับ​ใช้ได้​เห็น​สาเหตุ​ของ​การ​ล้ม​ลง​ของ​กษัตริย์, ฉะนั้น​พวก​เขา​จึง​ไม่​กล้า​จับ​แอ​รัน​กับ​พี่น้อง​ท่าน; และ​พวก​เขา​วิงวอน​ราชินี​โดย​กล่าว​ว่า: เหตุ​ใด​ท่าน​จึง​สั่ง​ให้​เรา​ทั้งหลาย​สังหาร​คน​เหล่า​นี้, ใน​เมื่อ​ดูเถิด​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​นี้แข็งแรง​กว่า​เรา​ทั้งหมด ? ฉะนั้น​เรา​ก็​จะ​ล้ม​อยู่​ต่อหน้า​คน​เหล่า​นี้.
  ๒๑ บัดนี้​เมื่อ​ราชินี​เห็น​ความ​กลัว​ของ​บรรดา​ผู้​รับ​ใช้ นาง​เริ่ม​กลัว​อย่าง​ยิ่ง​ด้วย, เกลือก​จะ​มีค​วาม​ชั่ว​บาง​อย่าง​มา​ถึง​นาง. และ​นาง​สั่ง​ผู้​รับ​ใช้​ของ​นาง​ให้​ไป​เรียก​ผู้คน​มา, เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​สังหาร​แอ​รัน​กับ​พี่น้อง​ท่าน.
  ๒๒ บัดนี้​เมื่อ​แอ​รัน​เห็น​เจตนา​ของ​ราชินี, โดย​รู้ความ​แข็ง​กระด้าง​ของ​ใจ​ผู้คน​ด้วย, ท่าน, จึง​เกรง​ว่า​ฝูง​ชน​จะ​มา​ชุมนุม​กัน, และ​จะ​มี​การ​โต้แย้ง​และ​ความ​โกลาหล​อย่าง​ใหญ่​หลวง​ใน​บรรดา​พวก​เขา; ฉะนั้น​ท่าน​จึง​ยื่นมือ​ออก​ไป​พยุง​กษัตริย์​ขึ้น​จาก​พื้น​ดิน, และ​กล่าว​แก่​เขา​ว่า: จง​ยืน​ขึ้น​เถิด. และ​เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ยืน, โดย​ได้​รับ​เรี่ยวแรง​ของ​เขา​คืน​มา.
  ๒๓ บัดนี้​การ​นี้​เป็น​ไป​เบื้องหน้า​ราชินี​และ​ผู้​รับ​ใช้​หลาย​คน. และ​เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​การ​นี้​พวก​เขา​ประหลาด​ใจมา​ก, และ​เริ่ม​หวาด​กลัว. และ​กษัตริย์​ก้าว​ออก​มา, และ​เริ่มปฏิบัติ​ต่อ​คน​เหล่า​นั้น. และ​เขา​ปฏิบัติ​ต่อ​คน​เหล่า​นั้น, ถึงขนาด​ที่​ผู้คน​ใน​ครัวเรือน​ของ​เขา​ทั้งหมด​เปลี่ยนใจเลื่อมใส​มา​หา​พระเจ้า.
  ๒๔ บัดนี้​มี​ฝูง​ชน​มา​รวม​กัน​เพราะ​คำสั่ง​ของ​ราชินี, และ​เริ่ม​มี​การ​พร่ำ​บ่น​กัน​มาก​ใน​บรรดา​พวก​เขา​เพราะ​แอ​รัน​และ​พี่น้อง​ท่าน.
  ๒๕ แต่​กษัตริย์​ก้าว​ออก​ไป​ท่ามกลาง​พวก​เขา​และ​ปฏิบัติ​ต่อ​พวก​เขา. และ​พวก​เขา​จึง​สงบ​ท่าที​ต่อ​แอ​รัน​และ​ผู้​ที่​อยู่​กับ​ท่าน.
  ๒๖ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​กษัตริย์​เห็น​ว่าผู้​คน​สงบ​ลง​แล้ว, เขา​จึง​ให้​แอ​รัน​และ​พี่น้อง​ท่าน​ก้าว​ออก​ไป​ท่ามกลาง​ฝูง​ชน, และ​ให้ท่า​น​สั่งสอน​พระ​วจนะ​แก่​คน​เหล่า​นั้น.
  ๒๗ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​กษัตริย์​ออกถ้อยแถลง​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน, ใน​บรรดา​ผู้คน​ทั้งหมด​ของ​เขา​ซึ่ง​อยู่​ทั่ว​แผ่นดิน​ของ​เขา, ที่​อยู่​ใน​แคว้น​ต่าง ๆ โดย​รอบ, ซึ่ง​อยู่​ชาย​แดน​แม้​จนถึง​ทะเล, ทาง​ตะวันออก​และ​ทาง​ตะวันตก, และ​ซึ่ง​ถูก​แบ่งแยก​ออก​จาก​แผ่นดิน​แห่ง​เซราเฮ็มลา​ด้วย​แดน​ทุรกันดาร​เป็น​แนว​แคบ ๆ, ซึ่ง​ทอด​จาก​ทะเล​ทาง​ตะวันออก​แม้​จนถึง​ทะเล​ทาง​ตะวันตก, และ​โดย​รอบ​เขตแดน​ของ​ชายฝั่ง​ทะเล, และ​ชาย​แดน​ทุรกันดาร​ซึ่ง​อยู่​ทาง​เหนือ​ใกล้​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา, ผ่าน​ชาย​แดน​แห่ง​แมน​ไท, ใกล้​ต้น​แม่น้ำ​ไซ​ดอน, ทอด​จาก​ตะวันออก​ไป​ตะวันตก—และ​ชาวเล​มัน​กับ​ชาว​นีไฟจึง​ถูก​แบ่งแยก​ดังนี้.
  ๒๘ บัดนี้, ชาวเล​มัน​ส่วน​ที่เกียจคร้าน​มาก​กว่า​อาศัย​อยู่​ใน​แดน​ทุรกันดาร, และ​พำนัก​อยู่​ใน​กระโจม; และ​กระจาย​อยู่​ทั่ว​แดน​ทุรกันดาร​ทาง​ตะวันตก, ใน​แผ่นดิน​แห่งนีไฟ; แท้จริง​แล้ว, และ​ทาง​ตะวันตก​ของ​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา​ด้วย, ใน​ชาย​แดน​ใกล้​ฝั่ง​ทะเล, และ​ทาง​ตะวันตก​ใน​แผ่นดิน​แห่งนีไฟ, ใน​สถาน​ที่​อันเป็น​มรดก​แรก​ของ​บรรพบุรุษ​พวก​เขา, และ​ดังนั้น​จึง​ประกอบ​เป็น​ชาย​แดน​ใกล้​แนว​ฝั่ง​ทะเล.
  ๒๙ และ​มี​ชาวเล​มัน​เป็นอันมาก​อยู่​ทาง​ตะวันออกใกล้​ฝั่ง​ทะเล​ด้วย, ซึ่ง​ชาว​นีไฟขับ​ไล่​พวก​เขา​ให้​ไป​อยู่​ที่​นั่น. และ​ดังนั้น​ชาว​นีไฟเกือบ​ถูก​ชาวเล​มัน​ล้อม​ไว้; กระนั้น​ก็ตาม​ชาว​นีไฟยัง​เข้า​ครอบครอง​แผ่นดิน​ตอน​เหนือ​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ชาย​แดน​ทุรกันดาร, ที่​ต้น​แม่น้ำ​ไซ​ดอน, จาก​ตะวันออก​ไป​ตะวันตก, โดย​รอบ​ทาง​ด้าน​แดน​ทุรกันดาร; ใน​ทาง​เหนือ, แม้​จน​พวก​เขา​มา​ถึง​แผ่นดิน​ซึ่ง​เรียก​ว่า​อุดมมั่งคั่ง.
  ๓๐ และ​มัน​อยู่​ชาย​แดน​บน​แผ่นดิน​ซึ่ง​พวก​เขา​เรียก​ว่ารกร้าง, โดยที่​มัน​อยู่​ไกล​ไป​ทาง​เหนือ​มาก​จน​มา​ถึง​แผ่นดิน​ซึ่ง​เคย​มีค​นอ​ยู่​และ​ถูก​ทำลาย​แล้ว, ซึ่งกระดูก​ของ​คน​เหล่า​นั้น​เรา​เคย​พูด​ถึง​แล้ว, ซึ่ง​ผู้คน​ของ​เซรา​เฮ็มลา​ค้น​พบ, โดย​เป็น​ที่​แห่งแรก​ที่​พวก​เขา​ไป​ถึง.
  ๓๑ และ​พวก​เขา​มา​จาก​ที่​นั่น​ขึ้น​ไป​ใน​แดน​ทุรกันดาร​ตอน​ใต้. ด้วย​เหตุ​นี้​แผ่นดิน​ด้าน​เหนือ​จึง​เรียก​ว่ารกร้าง, และ​แผ่นดิน​ด้าน​ใต้​เรียก​ว่า​อุดม​มั่งคั่ง, โดยที่​เป็นแดน​ทุรกันดาร​ซึ่ง​เต็ม​ไป​ด้วย​สัตว์​ป่า​ทุก​ประเภท​ของ​ทุก​ชนิด, ซึ่ง​ส่วน​หนึ่ง​มา​จาก​แผ่นดิน​ทาง​เหนือ​เพื่อ​หา​อาหาร.
  ๓๒ และ​บัดนี้, เป็นระยะ​การ​เดินทาง​วัน​ครึ่ง​เท่านั้น​สำหรับ​ชาวนีไฟ, บน​เส้นทาง​ที่​แบ่งแยก​อุดม​มั่งคั่ง​จาก​แผ่นดิน​รกร้าง, จาก​ทะเล​ตะวันออก​ถึง​ตะวันตก; และ​แผ่นดิน​แห่ง​นีไฟกับ​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา​เกือบ​ถูก​ล้อม​รอบ​ไว้​ด้วย​น้ำ​ดังนี้, โดย​มีค​อคอด​เล็ก​อยู่​ระหว่าง​แผ่นดิน​ทาง​เหนือ​กับ​แผ่นดิน​ทาง​ใต้.
  ๓๓ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​ชาว​นีไฟอาศัยอยู่​ที่​แผ่นดิน​อุดม​มั่งคั่ง, แม้​จาก​ทะเล​ตะวันออก​ถึง​ตะวันตก, และ​ดังนั้น​ชาว​นีไฟด้วยปัญ​ญาของ​ตน, พร้อม​ด้วย​ยาม​ของ​ตน​และ​กองทัพ​ของ​ตน, จึง​ล้อม​ชาวเล​มัน​ไว้​ทาง​ใต้, เพื่อ​โดย​การ​นั้น​พวก​เขา​จะ​ไม่​มา​ครอบครอง​แผ่นดิน​ทาง​เหนือ​อีก, เพื่อ​พวก​นี้​จะ​ไม่​มา​ย่ำยี​แผ่นดิน​ทาง​เหนือ.
  ๓๔ ฉะนั้น​ชาวเล​มัน​ไม่​สามารถ​ครอบครอง​เพิ่ม​ขึ้น​อีก​เว้นแต่​ใน​แผ่นดิน​แห่งนีไฟ, และ​แดน​ทุรกันดาร​โดย​รอบ. บัดนี้​นี่​เป็น​ปัญญา​ของ​ชาวนีไฟ—เมื่อ​ชาวเล​มัน​เป็น​ศัตรู​กับ​พวก​เขา, พวก​เขา​จึง​ไม่​ยอม​ทน​ทุกข์​ใน​ทุก​ทาง, และ​เพื่อ​พวก​เขา​จะ​มี​แผ่นดิน​ที่​พวก​เขา​จะ​หลบ​หนี​ไป​อยู่, ตาม​ความ​ปรารถนา​ของ​ตน.
  ๓๕ และ​บัดนี้​ข้าพเจ้า, หลังจาก​กล่าว​เรื่อง​นี้​แล้ว, ก็​กลับ​ไป​สู่​เรื่องราว​ของ​แอ​มัน​กับ​แอ​รัน, ออม​เนอ​ร์กับ​ฮิมไน, และ​พี่น้อง​พวก​ท่าน​อีก.