พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน  ถัดไป >
หนังสือ​ของ​แอลมา
บุตร​ของ​แอลมา
บท​ที่ ๒๖
แอ​มันปลา​บ​ปลื้ม​ใน​พระเจ้า—ผู้​ซื่อสัตย์​ได้​รับ​พละ​กำลัง​จาก​พระเจ้า​และ​ได้​รับ​ความ​รู้—โดย​ศรัทธา​มนุษย์​อาจ​นำ​จิต​วิญญาณ​หลาย​พัน​ดวง​มา​สู่​การก​ลับ​ใจ—พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​มี​เด​ชานุ​ภาพ​ทั้งปวง​และ​ทรง​เข้าใจ​สรรพ​สิ่ง​ทั้งปวง. ประมาณ ๙๐–๗๗ ปี​ก่อน​ค​ริ​สต​กาล.
  ๑ และ​บัดนี้, นี่​คือ​ถ้อยคำ​ของ​แอ​มัน​ที่​กล่าว​แก่​พี่น้อง​ท่าน, ซึ่ง​มีค​วาม​ดังนี้: พี่น้อง​และ​ผอง​เพื่อน​ของ​ข้าพเจ้า, ดูเถิด​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, เรา​มี​เหตุผล​ใหญ่​หลวง​เพียง​ใด​ที่​จะ​ชื่นชมยินดี; เพราะ​เรา​คิด​หรือ​ว่า​เมื่อ​เราออก​จาก​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา​พระผู้เป็นเจ้า​จะ​ประทาน​พร​อัน​สำคัญ​ยิ่ง​เช่น​นี้​แก่​เรา ?
  ๒ และ​บัดนี้, ข้าพเจ้า​ถาม, พร​อัน​สำคัญ​ยิ่ง​อะไร​บ้าง​ที่​พระองค์​ประสาท​แก่​เรา ? ท่าน​บอก​ได้​ไหม ?
  ๓ ดูเถิด, ข้าพเจ้า​ตอบแทน​ท่าน; เพราะ​ชาวเล​มัน, พี่น้อง​เรา, อยู่​ใน​ความ​มืด, แท้จริง​แล้ว, แม้​ใน​เหว​ที่​มืด​ที่สุด, แต่​ดูเถิด, มี​กี่คน​ใน​พวก​เขา​ที่​เรา​นำ​มา​ให้​เห็น​ความ​สว่าง​อัศจรรย์​ของ​พระผู้เป็นเจ้า ! และ​นี่​คือ​พร​ซึ่ง​ประสาท​บน​เรา, คือ​ทำให้​เรา​เป็นเครื่องมือ​ใน​พระ​หัตถ์​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​เพื่อ​นำ​มา​ซึ่ง​งาน​อัน​สำคัญ​ยิ่ง​นี้.
  ๔ ดูเถิด, พวก​เขา​หลายพัน​คน​ชื่นชมยินดี, และ​เรา​นำ​มา​ใน​คอก​ของ​พระผู้เป็นเจ้า.
  ๕ ดูเถิด, ทุ่ง​พร้อม​จะ​เก็บเกี่ยว​แล้ว, และ​ท่าน​เป็น​สุข​แล้ว, เพราะ​ท่าน​ยื่นเคียว​เข้าไป, และ​เก็บเกี่ยว​ด้วย​พละ​กำลัง​ของ​ท่าน, แท้จริง​แล้ว, ตลอด​ทั้ง​วัน​ท่าน​ทำ​งาน; และ​จง​ดู​จำนวน​ฟ่อนข้าว​ของ​ท่าน ! และ​พระเจ้า​จะ​ทรง​รวม​มัน​ไว้​ใน​ยุ้ง, เพื่อ​มัน​จะ​ไม่​สูญ​เปล่า.
  ๖ แท้จริง​แล้ว, มัน​จะ​ไม่​ถูก​พายุ​พัด​ราบ​ใน​วัน​สุดท้าย; แท้จริง​แล้ว, ทั้ง​มัน​จะ​ไม่​ถูก​ลม​หมุน​พัด​หอบ​ไป; แต่​เมื่อพายุ​มา​มัน​จะ​รวม​อยู่​ด้วย​กัน​ใน​ที่​ของ​มัน, เพื่อ​พายุ​จะ​เข้าไป​ถึง​มัน​ไม่​ได้; แท้จริง​แล้ว, ทั้ง​มัน​จะ​ไม่​ถูก​พายุ​ร้าย​พัด​ไป​ที่​แห่ง​ใด​ก็ตาม​ที่​ศัตรู​เลือก​ที่​จะ​พา​มัน​ไป.
  ๗ แต่​ดูเถิด, มัน​อยู่​ใน​พระ​หัตถ์​ของ​พระเจ้า​แห่ง​ฤดูเก็บเกี่ยว, และ​มัน​เป็น​ของ​พระองค์; และ​พระองค์​จะ​ทรงยก​มัน​ขึ้น​ใน​วัน​สุดท้าย.
  ๘ ขอ​พระ​นาม​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา​ทรง​เจริญ​ด้วย​พระ​สิริ​เถิด; ขอ​ให้​เราร้องเพลง​สรรเสริญ​พระองค์, แท้จริง​แล้ว, ขอ​ให้​เรา​น้อม​ขอบพระทัย​แด่​พระ​นาม​อัน​บริสุทธิ์​ของ​พระองค์, เพราะ​พระองค์​ทรง​ทำ​งาน​ชอบธรรม​ตลอด​กาล.
  ๙ เพราะ​หาก​เรา​ไม่​ได้​ขึ้น​มา​จาก​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา, พี่น้อง​ที่รัก​ยิ่ง​เหล่า​นี้​ของ​เรา, ผู้​ซึ่ง​รัก​เรา​อย่าง​ยิ่ง, จะ​ยัง​คง​ทรมาน​อยู่​กับ​ความ​เกลียดชัง​เรา, แท้จริง​แล้ว, และ​พวก​เขา​จะ​เป็น​คน​แปลก​หน้า​กับ​พระผู้เป็นเจ้า​ด้วย.
  ๑๐ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​แอ​มัน​กล่าว​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้​แล้ว, แอ​รัน​พี่​ชาย​ท่าน​ติเตียน​ท่าน, โดย​กล่าว​ว่า: แอ​มัน, พี่​เกรง​ว่า​ปีติ​ของ​น้อง​ได้​พา​น้อง​ไป​ถึง​การ​อวดอ้าง​เสีย​แล้ว.
  ๑๑ แต่​แอ​มัน​กล่าว​แก่​ท่าน: ข้าพเจ้า​ไม่​ได้อวดอ้าง​ใน​กำลัง​ของ​ข้าพเจ้า​เอง, หรือ​ใน​ปัญญา​ของ​ข้าพเจ้า​เอง; แต่​ดูเถิด, ปีติ​ของ​ข้าพเจ้า​เต็ม​เปี่ยม, แท้จริง​แล้ว, ใจ​ข้าพเจ้า​ปริ่ม​ด้วย​ปีติ, และ​ข้าพเจ้า​จะ​ชื่นชมยินดี​ใน​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า.
  ๑๒ แท้จริง​แล้ว, ข้าพเจ้า​รู้​ว่า​ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​เป็น​อะไร​เลย; ตาม​กำลัง​ของ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​อ่อนแอ; ฉะนั้น​ข้าพเจ้า​จะ​ไม่โอ้อวด​ตน, แต่​ข้าพเจ้า​จะ​อวดอ้าง​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า, เพราะ​ใน​พละกำลัง​ของ​พระองค์​ข้าพเจ้า​ทำได้​ทุก​สิ่ง; แท้จริง​แล้ว, ดูเถิด, เรา​กระทำ​ปาฏิหาริย์​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​หลาย​อย่าง​มา​ใน​แผ่นดิน​นี้, ซึ่ง​เพื่อ​สิ่ง​นี้​เรา​จะ​สรรเสริญ​พระ​นาม​ของ​พระองค์​ตลอด​กาล.
  ๑๓ ดูเถิด, พี่น้อง​เรา​กี่​พัน​คน​แล้ว​ที่​พระองค์​ทรง​ปลดเปลื้อง​จาก​ความ​เจ็บปวด​แห่งนรก; และ​นำ​พวก​เขา​มาร้อง​สดุดี​ความ​รัก​ที่​ไถ่, และ​นี่​เพราะ​พลัง​แห่ง​พระ​วจนะ​ของ​พระองค์​ซึ่ง​อยู่​ใน​เรา, ฉะนั้น​เรา​ไม่​มี​เหตุผล​อัน​หนักแน่น​ที่​จะ​ชื่นชมยินดี​หรือ ?
  ๑๔ แท้จริง​แล้ว, เรา​มี​เหตุผล​ที่​จะ​สรรเสริญ​พระองค์​ตลอด​กาล, เพราะ​พระองค์​ทรง​เป็น​พระผู้เป็นเจ้า​สูง​สุด, และ​ทรง​ปลดปล่อย​พี่น้อง​เรา​จากโซ่​แห่ง​นรก.
  ๑๕ แท้จริง​แล้ว, พวก​เขา​ถูก​ล้อม​รอบ​ด้วย​ความ​มืด​และ​ความ​พินาศ​อันเป็น​นิจ; แต่​ดูเถิด, พระองค์​ทรง​นำ​พวก​เขา​เข้า​มา​ใน​ความสว่าง​อันเป็น​นิจ​ของ​พระองค์, แท้จริง​แล้ว, เข้า​มา​ใน​ความ​รอด​อันเป็น​นิจ; และ​ความ​อุดม​สมบูรณ์​อัน​หา​ที่​เปรียบ​มิได้​แห่ง​ความ​รัก​ของ​พระองค์​ล้อม​รอบ​พวก​เขา; แท้จริง​แล้ว, และ​เรา​เป็น​เครื่องมือ​ใน​พระ​หัตถ์​ของ​พระองค์​ใน​การ​ทำ​งาน​สำคัญ​ยิ่ง​และ​น่า​อัศจรรย์​นี้.
  ๑๖ ฉะนั้น, ขอ​ให้​เราปลาบปลื้ม​เถิด, แท้จริง​แล้ว, เรา​จะปลาบปลื้ม​ใน​พระเจ้า; แท้จริง​แล้ว, เรา​จะ​ชื่นชมยินดี, เพราะ​ปีติ​ของ​เรา​เต็ม​เปี่ยม; แท้จริง​แล้ว, เรา​จะ​สรรเสริญ​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา​ตลอด​กาล. ดูเถิด, ใคร​เล่า​จะ​ปลาบปลื้ม​ใน​พระเจ้า​ได้​มาก​เกินไป ? แท้จริง​แล้ว, ใคร​เล่า​จะ​พูด​ได้​มาก​เกินไป​ถึง​เด​ชานุ​ภาพ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระองค์, และ​ถึง​พระเมตตา​ของ​พระองค์, และ​ถึง​ความ​อดกลั้น​ของ​พระองค์​ที่​มี​ต่อ​ลูก​หลาน​มนุษย์ ? ดูเถิด, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ข้าพเจ้า​ไม่​สามารถ​กล่าว​แม้​ส่วน​น้อย​ที่สุด​ซึ่ง​ข้าพเจ้า​รู้สึก.
  ๑๗ ใคร​เล่า​จะ​คิด​ได้​ว่า​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา​จะ​ทรง​เมตตา​มาก​เช่น​นั้น​ถึง​กับ​ทรง​ฉุด​เรา​จาก​สภาพ​อัน​น่า​พรั่นพรึง, เป็น​บาป, และ​แปดเปื้อน ?
  ๑๘ ดูเถิด, เรา​ออก​ไป​แม้​ใน​โทสะ, พร้อม​กับ​ขู่เข็ญ​คุกคาม​จะทำลาย​ศาสนจักร​ของ​พระองค์.
  ๑๙ โอ้​เวลา​นั้น, เหตุ​ใด​พระองค์​ไม่​ทรง​ส่ง​เรา​ไป​สู่​ความ​พินาศ​อัน​น่า​พรั่นพรึง, แท้จริง​แล้ว, เหตุ​ใด​พระองค์​ไม่​ทรง​ปล่อย​ดาบ​แห่ง​ความ​ยุติธรรม​ของ​พระองค์​ให้​ตกลง​มาบ​น​เรา, และ​กำหนด​ให้​เรา​ไป​สู่​ความ​สิ้น​หวังนิรันดร์ ?
  ๒๐ โอ้, จิต​วิญญาณ​ข้าพเจ้า, ประหนึ่ง​ว่า​เกือบ​จะ​หลบ​หนี​ไป, เมื่อ​คิด​เช่น​นั้น. ดูเถิด, พระองค์​ไม่​ทรง​ใช้​ความ​ยุติธรรม​ของ​พระองค์​กับ​เรา, แต่​ใน​พระ​เมตตา​อัน​หา​ที่สุด​มิได้​ของ​พระองค์​ทรง​นำ​เรา​ข้ามห้วง​อันเป็น​นิจ​แห่ง​ความ​ตาย​และ​ความ​เศร้าหมอง, แม้​มา​สู่​ความ​รอด​แห่ง​จิต​วิญญาณ​เรา.
  ๒๑ และ​บัดนี้​ดูเถิด, พี่น้อง​ข้าพเจ้า, มี​มนุษย์ปุถุชน​อะไร​เล่า​ที่​รู้​เรื่อง​เหล่า​นี้ ? ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ไม่​มี​ใคร​เลย​ที่รู้​เรื่อง​เหล่า​นี้, นอกจาก​คน​ที่​สำนึก​ผิด.
  ๒๒ แท้จริง​แล้ว, ผู้​ที่​กลับใจ​และ​ใช้ศรัทธา, และ​นำ​งาน​ดี​ออก​มา, และ​สวด​อ้อนวอน​อย่าง​สม่ำเสมอ​โดย​ไม่​หยุด—จะ​ประทาน​ให้​แก่​คน​เช่น​นั้น​เพื่อ​รู้ความลี้ลับ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า; แท้จริง​แล้ว, จะ​ประทาน​ให้​คน​เช่น​นั้น​เพื่อ​เปิดเผย​เรื่อง​ที่​ไม่​เคย​เปิดเผย​มา​ก่อน; แท้จริง​แล้ว, และ​จะ​ประทาน​ให้​แก่​คน​เช่น​นั้น​ที่​จะ​นำ​จิต​วิญญาณ​หลาย​พัน​ดวง​มา​สู่​การก​ลับ​ใจ, แม้​ดัง​ที่​เคย​ประทาน​ให้​แก่​เรา​มา​แล้ว​ที่​จะ​นำ​พี่น้อง​เหล่า​นี้​ของ​เรา​มา​สู่​การก​ลับ​ใจ.
  ๒๓ บัดนี้​พี่น้อง​ข้าพเจ้า, ท่าน​จำ​ได้​ไหม, ว่า​เรา​กล่าว​แก่​พี่น้อง​เรา​ใน​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา, ว่า​เรา​จะ​ขึ้น​ไป​แผ่นดิน​แห่งนีไฟ, เพื่อ​สั่งสอน​ชาวเล​มัน, พี่น้อง​เรา, และ​พวก​เขา​หัวเราะ​เยาะ​เรา ?
  ๒๔ เพราะ​พวก​เขา​กล่าว​แก่​เรา: ท่าน​คิด​หรือ​ว่า​ท่าน​จะ​นำ​ชาวเล​มัน​มา​สู่​ความ​รู้​เรื่อง​ความ​จริง​ได้ ? ท่าน​คิด​หรือ​ว่า​ท่าน​จะ​ทำให้​ชาวเล​มัน​ตระหนัก​ถึง​ความ​ไม่​ถูก​ต้อง​ของประเพณี​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​ได้, เมื่อ​พวก​เขา​เป็น​พวก​ดื้อรั้น​อย่าง​ที่​เป็น​อยู่; ซึ่ง​ใจ​พวก​เขา​เบิกบาน​ใน​การ​นองเลือด; ซึ่ง​วัน​เวลา​ใช้​ไป​ใน​ความ​ชั่วช้า​สามานย์​อย่าง​ที่สุด; ซึ่ง​ทาง​ของ​พวก​เขา​เป็น​ทาง​ของ​คน​ล่วง​ละเมิด​มา​ตั้งแต่​ต้น ? บัดนี้​พี่น้อง​ข้าพเจ้า, ท่าน​จง​จำ​ว่า​นี่​คือ​คำ​พูด​ของ​พวก​เขา.
  ๒๕ และ​ยิ่ง​กว่า​นั้น​พวก​เขา​กล่าว: ให้​เรา​จับ​อาวุธ​ขึ้น​ต่อสู้​พวก​เขา, เพื่อ​เรา​จะ​ทำลาย​พวก​เขา​และ​ความ​ชั่วช้า​สามานย์​ของ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่นดิน, เพื่อ​ว่า​พวก​เขา​จะ​ได้​ไม่​ย่ำยี​เรา​และ​ทำลาย​เรา.
  ๒๖ แต่​ดูเถิด, พี่น้อง​ที่รัก​ของ​ข้าพเจ้า, เรา​มา​ใน​แดน​ทุรกันดาร​ไม่​ใช่​ด้วย​เจตนา​จะ​ทำลาย​พี่น้อง​ของ​เรา, แต่​ด้วย​เจตนา​ว่า​บางที​เรา​อาจ​จะ​ช่วย​จิต​วิญญาณ​ของ​พวก​เขา​บาง​จิต​วิญญาณ​ให้​รอด.
  ๒๗ บัดนี้​เมื่อ​ใจ​เรา​หดหู่, และ​เรา​เกือบ​จะ​กลับ​อยู่​แล้ว, ดูเถิด, พระเจ้า​ทรงปลอบโยน​เรา, และ​ตรัส: จง​ไป​ใน​บรรดา​ชาวเล​มัน, พี่น้อง​ของ​เจ้า, และ​จง​รับ​ความทุกข์​ของ​เจ้า​ด้วย​ความอดทน, และ​เรา​จะ​ให้​ความ​สำเร็จ​แก่​เจ้า.
  ๒๘ และ​บัดนี้​ดูเถิด, เรา​มา, และ​ออก​ไป​ใน​บรรดา​พวก​เขา; และ​เรา​อดทน​ใน​ความ​ทุกขเวทนา​ของ​เรา, และ​เรา​ต้อง​ทน​ความ​ขาดแคลน​ทุก​อย่าง; แท้จริง​แล้ว, เรา​เดินทาง​จาก​บ้าน​หนึ่ง​ไป​บ้าน​หนึ่ง, โดย​พึ่ง​พา​ความ​เมตตา​ของ​โลก—หา​ใช่​ความ​เมตตา​ของ​โลก​เท่านั้น​ไม่​แต่​ใน​พระ​เมตตา​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ด้วย.
  ๒๙ และ​เรา​เข้าไป​ใน​บ้าน​พวก​เขา​และ​สอน​พวก​เขา, และ​เรา​สอน​พวก​เขา​ตาม​ถนน​ของ​พวก​เขา; แท้จริง​แล้ว, และ​เรา​สอน​พวก​เขา​บน​เนิน​เขา​ของ​พวก​เขา; และ​เรา​เข้าไป​ใน​วิหาร​ของ​พวก​เขา​และ​ธรรม​ศาลา​ทั้งหลาย​ของ​พวก​เขา​และ​สอน​พวก​เขา; และ​เรา​ถูก​ไล่ออก​มา, และ​ถูก​ล้อเลียน, และ​ถูก​ถ่ม​น้ำลาย​ใส่, และ​ถูก​ตบ​หน้า; และ​เรา​ถูก​ขว้าง​ปา​ด้วย​ก้อน​หิน, และ​ถูก​จับ​และ​มัด​ด้วย​เชือก​ที่​แข็งแรง, และ​โยน​เข้า​เรือนจำ; และ​โดย​ผ่าน​เด​ชานุ​ภาพ​และ​ปรีชา​ญาณ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​เรา​ได้​รับ​การ​ปลดปล่อย​อีก.
  ๓๐ และ​เรา​ต้อง​ทน​ความ​ทุกข์​ต่าง ๆ นานา, และ​ทั้งหมด​นี้, เพื่อ​บางที​เรา​อาจ​จะ​เป็น​ทาง​แห่ง​การ​ช่วย​จิต​วิญญาณ​บาง​ดวง​ให้​รอด; และ​เรา​คิด​ว่าปีติ​ของ​เรา​จะ​เต็ม​เปี่ยม​หาก​บางที​เรา​อาจ​จะ​เป็น​ทาง​แห่ง​การ​ช่วย​บาง​คน​ให้​รอด​ได้.
  ๓๑ บัดนี้​ดูเถิด, เรา​จะ​มอง​ไป​และ​เห็น​ผล​การ​ทำ​งาน​ของ​เรา​ได้; และ​มัน​น้อยหรือ ? ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ไม่​เลย, มันมาก; แท้จริง​แล้ว, และ​เรา​เป็น​พยาน​ถึง​ความ​จริงใจ​ของ​คน​เหล่า​นั้น, เพราะ​ความ​รัก​ของ​พวก​เขา​ที่​มี​ต่อ​พี่น้อง​พวก​เขา​และ​ต่อ​เรา​ด้วย.
  ๓๒ เพราะ​ดูเถิด, พวก​เขา​ยอมสละ​ชีวิต​ของ​พวก​เขา​แม้​แทนที่จะ​เอาชีวิต​ของ​ศัตรู​พวก​เขา; และ​พวก​เขาฝัง​อาวุธ​สงคราม​ไว้​ลึก​ใน​พื้น​ดิน, เพราะ​ความ​รัก​ที่​มี​ต่อ​พี่น้อง​พวก​เขา.
  ๓๓ และ​บัดนี้​ดูเถิด​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, เคย​มีค​วาม​รัก​ยิ่ง​ใหญ่​เช่น​นั้น​ใน​ทั้ง​แผ่นดิน​ไหม ? ดูเถิด, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ไม่​เลย, ไม่​เคย​มี, แม้​ใน​บรรดา​ชาวนีไฟ.
  ๓๔ เพราะ​ดูเถิด, พวก​เขา​จะ​จับ​อาวุธ​ขึ้น​ต่อสู้​พี่น้อง​ของ​เขา; พวก​เขา​จะ​ไม่​ยอม​ให้​ตน​ถูก​สังหาร. แต่​ดูเถิด​มี​มาก​เพียง​ใด​ใน​พวก​นี้​ที่​ยอม​เสีย​ชีวิต​ของ​ตน; และ​เรา​รู้​ว่า​เขา​กลับ​ไป​สู่​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ตน​แล้ว, เพราะ​ความ​รัก​ของ​พวก​เขา​และ​ความ​เกลียด​ของ​พวก​เขา​ที่​จะ​ทำบาป.
  ๓๕ บัดนี้​เรา​ไม่​มี​เหตุผล​ที่​จะ​ชื่นชมยินดี​หรือ ? เรา​มี, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, นับ​แต่​โลก​นี้​เริ่ม​ต้น, ไม่​เคย​มี​ใคร​มี​เหตุผล​ใหญ่​หลวง​เช่น​นี้​ที่​จะ​ชื่นชมยินดี​ดัง​เรา; แท้จริง​แล้ว, และ​นำ​ปีติ​ของ​ข้าพเจ้า​ไป, แม้​ถึง​การ​โอ้อวด​ใน​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า; เพราะ​พระองค์​ทรง​มี​เด​ชานุภาพ​ทั้งปวง, ปรีชา​ญาณ​ทั้งปวง, และ​ความ​เข้าใจ​ทั้งปวง; พระองค์​ทรง​เข้าพระทัย​เรื่อง​ทั้งปวง, และ​พระองค์​ทรง​เป็น​พระ​ผู้ทรง​มีเมตตา, แม้​จนถึง​ความ​รอด, แก่​คน​ที่​จะ​กลับ​ใจ​และ​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระองค์.
  ๓๖ บัดนี้​หาก​นี่​เป็นการ​โอ้อวด​แล้ว, แม้​เช่น​นั้น​ข้าพเจ้า​จะ​โอ้อวด; เพราะ​นี่​คือ​ชีวิต​ของ​ข้าพเจ้า​และ​แสงสว่าง​ของ​ข้าพเจ้า, ปีติ​ของ​ข้าพเจ้า​และ​ความ​รอด​ของ​ข้าพเจ้า, และ​การ​ไถ่​ของ​ข้าพเจ้า​จาก​วิบัติ​อันเป็น​นิจ. แท้จริง​แล้ว, ขอ​พระ​นาม​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า​ทรง​เจริญ​ด้วย​พระ​สิริ​เถิด, พระ​ผู้ทรง​ห่วงใย​คน​เหล่า​นี้, ซึ่ง​เป็นกิ่ง​ของ​ต้นไม้​แห่ง​อิส​ราเอล, และ​สูญ​หาย​ไป​จาก​ลำ​ต้น​ของ​มัน​ใน​แผ่นดิน​แปลก; แท้จริง​แล้ว, ข้าพเจ้า​กล่าว, ขอ​พระ​นาม​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า​ทรง​เจริญ​ด้วย​พระ​สิริ​เถิด, พระ​ผู้ทรง​ห่วงใย​เรา, ผู้คน​ที่ระหกระเหิน​ไป​ใน​แผ่นดิน​แปลก.
  ๓๗ บัดนี้​พี่น้อง​ข้าพเจ้า, เรา​เห็น​ว่า​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​เป็น​ห่วงคน​ทุก​หมู่​เหล่า, ไม่​ว่า​พวก​เขา​จะ​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ไหน; แท้จริง​แล้ว, พระองค์​ทรง​นับ​ผู้คน​ของ​พระองค์, และ​อุทร​แห่ง​พระ​เมตตา​ของ​พระองค์​มี​อยู่​เหนือ​แผ่นดิน​โลก​ทั้งปวง. บัดนี้​นี่​คือ​ปีติ​ของ​ข้าพเจ้า, และ​การ​น้อม​ขอบ​พระทัย​เป็น​ล้นพ้น​ของ​ข้าพเจ้า; แท้จริง​แล้ว, และ​ข้าพเจ้า​จะ​น้อม​ขอบ​พระทัย​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า​ตลอด​กาล. เอ​เมน.