พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน  ถัดไป >
หนังสือ​ของ​แอลมา
บุตร​ของ​แอลมา
บท​ที่ ๓๒
แอ​ลมาสอ​นค​น​ยากจน​ซึ่ง​ถ่อม​ตน​เนื่องจาก​ความ​ทุกข์—ศรัทธา​คือ​ความ​หวัง​ใน​สิ่ง​ซึ่ง​มอง​ไม่​เห็น​แต่​จริง—แอ​ลมาเป็นพ​ยาน​ว่า​เหล่า​เทพ​ปฏิบัติ​ต่อ​ชาย, หญิง, และ​เด็ก—แอ​ลมาเปรีย​บ​เทียบ​ถ้อยคำ​กับ​เมล็ด​พืช—มัน​จำ​ต้อง​ได้​รับ​การ​ปลูก​และ​บำรุง​เลี้ยง—ครั้น​แล้ว​มัน​จะ​เติบโต​เป็นต้น​ไม้​ซึ่ง​จะ​เก็บ​ผล​แห่ง​ชีวิต​นิรันดร์ได้. ประมาณ ๗๔ ปี​ก่อน​ค​ริ​สต​กาล.
  ๑ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​คน​เหล่า​นั้น​ออก​ไป, และ​ตั้งต้น​สั่งสอน​พระ​วจนะ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​แก่​ผู้คน, โดย​เข้าไป​ใน​บรรดา​ธรรม​ศาลา​ของ​พวก​เขา, และ​ใน​บ้าน​ของ​พวก​เขา; แท้จริง​แล้ว, และ​พวก​ท่าน​สั่งสอน​พระ​วจนะ​แม้​ใน​ถนน​ของ​พวก​เขา.
  ๒ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​หลังจาก​ทำ​งาน​ไป​มาก​ใน​บรรดา​คน​เหล่า​นั้น, พวก​ท่าน​เริ่ม​มีค​วาม​สำเร็จ​ใน​บรรดา​คน​ชั้นยากจน; เพราะ​ดูเถิด, พวก​เขา​ถูก​ขับ​ไล่ออก​จาก​ธรรม​ศาลา​ทั้งหลาย​เพราะ​เสื้อ​ผ้า​เนื้อ​หยาบ​ของ​ตน—
  ๓ ฉะนั้น​พวก​เขา​ไม่​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​เข้าไป​ใน​ธรรม​ศาลา​ทั้งหลาย​ของ​คน​เหล่า​นั้น​เพื่อ​นมัสการ​พระผู้เป็นเจ้า, โดย​ถือว่า​เป็นความ​สกปรก; ฉะนั้น​พวก​เขา​ยากจน; แท้จริง​แล้ว, พวก​เขา​ถูก​พี่น้อง​ของ​ตน​ถือว่า​เป็น​กาก; ฉะนั้น​พวก​เขายากจน​เกี่ยว​กับ​สิ่งของ​ทาง​โลก; และ​พวก​เขา​ยากจน​ใน​ใจ​ด้วย.
  ๔ บัดนี้, ขณะ​ที่​แอ​ลมากำลัง​สอน​และ​พูด​กับ​ผู้คน​อยู่​บน​เนิน​เขา​โอ​ไนดาห์, มี​ฝูง​ชน​จำนวน​มาก​มา​หา​ท่าน, ซึ่ง​เป็น​คน​ที่​เรา​กำลัง​พูด​ถึง, ผู้​ซึ่งยากจน​ใน​ใจ, เพราะ​ความ​ยากจน​ของ​พวก​เขา​เกี่ยว​กับ​สิ่งของ​ทาง​โลก.
  ๕ และ​พวก​เขา​มา​หา​แอลมา; และ​คน​หนึ่งซึ่ง​สำคัญ​ที่สุด​ใน​บรรดา​พวก​เขา​กล่าว​แก่​ท่าน: ดูเถิด, พี่น้อง​พวก​นี้​ของ​ข้าพเจ้า​จะ​ทำอย่างไร, เพราะ​คน​ทั้งปวง​ดูถูก​พวก​เขา​เพราะ​ความ​ยากจน​ของ​พวก​เขา, แท้จริง​แล้ว, และ​โดย​เฉพาะ​ยิ่ง​ไป​กว่า​นั้น​โดย​ปุโรหิต​ของ​เรา; เพราะ​พวก​เขา​ขับไล่​เรา​ออก​จาก​ธรรม​ศาลา​ทั้งหลาย​ของ​เรา​ซึ่ง​เรา​ลงแรง​ไว้​อย่าง​มากมาย​เพื่อ​สร้าง​ด้วย​มือ​เรา​เอง; และ​พวก​เขา​ขับ​ไล่​เรา​เพราะ​ความ​ยากจน​ยิ่ง​ของ​เรา; และ​เรา​ไม่​มี​สถาน​ที่​นมัสการ​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา; และ​ดูเถิด, เรา​จะ​ทำ​อย่างไรดี​?
  ๖ และ​บัดนี้​เมื่อ​แอ​ลมาได้ยิน​เรื่อง​นี้, ท่าน​จึง​หัน​มา, หัน​หน้า​ตรง​มา​ทาง​เขา, และ​ท่าน​มอง​ด้วย​ความ​ปรีดี​ยิ่ง; เพราะ​ท่าน​เห็น​ว่าความทุกข์​ของ​พวก​เขา​ทำให้​พวก​เขาถ่อม​ตน​ลง​โดย​แท้, และ​ว่า​พวก​เขา​อยู่​ใน​การเต​รี​ยมพร้อม​ที่​จะ​ฟัง​พระ​วจนะ.
  ๗ ฉะนั้น​ท่าน​จึง​ไม่​ได้​กล่าว​อะไร​อีก​กับ​ฝูง​ชน​อื่น; แต่​ท่าน​ยื่นมือ​ออก​ไป, และ​ร้อง​ต่อ​คน​ที่​ท่าน​เห็น, ซึ่ง​เป็น​ผู้​สำนึก​ผิด​แล้ว​โดย​แท้, และ​กล่าว​แก่​พวก​เขา:
  ๘ ข้าพเจ้า​เห็น​ว่า​ใจ​ท่านนอบน้อม; และ​หาก​เป็น​ดังนั้น, ท่าน​ย่อม​เป็น​สุข.
  ๙ ดูเถิด​พี่​ชาย​ท่าน​กล่าว​ว่า, เรา​จะ​ทำ​อย่างไร​ดี ?—เพราะ​เรา​ถูก​ขับ​ไล่ออก​จาก​ธรรม​ศาลา​ทั้งหลาย​ของ​เรา, จน​เรา​นมัสการ​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา​ไม่​ได้.
  ๑๐ ดูเถิด​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ท่าน​คิด​หรือ​ว่า​ท่าน​จะนมัสการ​พระผู้เป็นเจ้า​ไม่​ได้​นอกจาก​ใน​บรรดา​ธรรม​ศาลา​ของ​ท่าน​เท่านั้น ?
  ๑๑ และ​ยิ่ง​กว่า​นั้น, ข้าพเจ้า​จะ​ถาม, ท่าน​คิด​หรือ​ว่า​ท่าน​ไม่​ต้อง​นมัสการ​พระผู้เป็นเจ้า​นอกจาก​สัปดาห์​ละ​ครั้ง ?
  ๑๒ ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, เป็นการ​ดี​ที่​ท่าน​ถูก​ขับ​ไล่ออก​จาก​บรรดา​ธรรม​ศาลา​ของ​ท่าน, เพื่อ​ท่าน​จะ​ถ่อม​ตน, และ​เพื่อ​ท่าน​จะ​เรียน​รู้ปัญญา; เพราะ​จำเป็น​ที่​ท่าน​จะ​เรียน​รู้​ปัญญา; เพราะ​เหตุ​ว่า​ท่าน​ถูก​ขับ​ไล่, พี่น้อง​ของ​ท่าน​ดูหมิ่น​ท่าน​เพราะ​ความยากจน​ยิ่ง​ของ​ท่าน, จึง​นำ​ท่าน​มา​สู่​ความ​นอบน้อม​แห่ง​ใจ; เพราะ​จำ​ต้อง​นำ​ท่าน​มา​ให้​ถ่อม​ตน.
  ๑๓ และ​บัดนี้, เพราะ​ท่าน​ถูก​บีบบังคับ​ให้​ถ่อม​ตน​ท่าน​จึง​เป็น​สุข; เพราะ​มนุษย์​บาง​ครั้ง, หาก​ถูก​บีบบังคับ​ให้​ถ่อม​ตน, จะ​แสวง​หา​การก​ลับ​ใจ; และ​บัดนี้​โดย​แน่แท้, ผู้​ใด​ก็ตาม​ที่​กลับ​ใจ​ย่อม​พบ​ความ​เมตตา; และ​คน​ที่​พบ​ความ​เมตตา​และอดทน​จนกว่า​ชีวิต​จะ​หาไม่​ผู้​นั้น​จะ​ได้​รับ​การ​ช่วย​ให้​รอด.
  ๑๔ และ​บัดนี้, ดัง​ที่​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ว่า​เพราะ​ท่าน​ถูก​บีบบังคับ​ให้​ถ่อม​ตน​ท่าน​จึง​ได้​รับ​พร, ท่าน​คิด​หรือ​ไม่​ว่า​คน​ที่​นอบน้อม​ถ่อม​ตน​โดย​แท้​เพราะ​พระ​วจนะ​จะ​ได้​รับ​พร​มาก​กว่า ?
  ๑๕ แท้จริง​แล้ว, เขา​ที่​นอบน้อม​ถ่อม​ตน​โดย​แท้, และ​กลับ​ใจ​จาก​บาป​ของ​เขา, และ​อดทน​จนกว่า​ชีวิต​จะ​หาไม่, ผู้​นั้น​จะ​ได้​รับ​พร—แท้จริง​แล้ว, จะ​ได้​รับ​พร​มาก​ยิ่ง​ไป​กว่า​คน​ที่​ถูก​บีบบังคับ​ให้​ถ่อม​ตน​เพราะ​ความ​ยากจน​ยิ่ง​ของ​ตน.
  ๑๖ ฉะนั้น, ความ​สุข​เกิด​แก่​พวก​เขา​ผู้​ซึ่ง​นอบน้อม​ถ่อมตน​โดย​ปราศจาก​การ​ถูก​บีบบังคับ​ให้​ถ่อม​ตน; หรือ​ที่จริง, อีก​นัย​หนึ่ง, ความ​สุข​เกิด​แก่​เขา​ซึ่ง​เชื่อ​ใน​พระ​วจนะ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, และ​รับ​บัพ​ติ​ศ​มา​โดย​ปราศจาก​ความ​ดื้อดึง​แห่ง​ใจ, แท้จริง​แล้ว, โดย​ไม่​ได้​ทรง​นำ​มา​ให้​รู้จัก​พระ​วจนะ, หรือ​แม้​ถูก​บีบบังคับ​ให้​รู้จัก, ก่อน​พวก​เขา​จะ​เชื่อ.
  ๑๗ แท้จริง​แล้ว, มี​หลาย​คน​ที่​กล่าว: หาก​ท่าน​จะ​แสดงเครื่องหมาย​จาก​สวรรค์​แก่​เรา, เมื่อนั้น​เรา​จะ​รู้​ถึง​ความ​แน่นอน; เมื่อนั้น​เรา​จะ​เชื่อ.
  ๑๘ บัดนี้​ข้าพเจ้า​ถาม, นี่​คือ​ศรัทธา​หรือ ? ดูเถิด, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ไม่​เลย; เพราะ​หาก​มนุษย์​รู้​อะไร​อย่าง​หนึ่ง เขา​ก็​ไม่​มี​เหตุ​ที่​จะ​ต้องเชื่อ, เพราะ​เขา​รู้​มัน​แล้ว.
  ๑๙ และ​บัดนี้, คน​ที่รู้​พระ​ประสงค์​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​และ​หา​ทำ​ไม่​ย่อม​ถูก​สาป​แช่ง​มาก​สัก​เพียง​ใด, กว่า​คน​ที่​เพียง​แต่​เชื่อ, หรือ​เพียง​มี​เหตุ​สมควร​เชื่อ, และ​ตก​อยู่​ใน​การ​ล่วง​ละเมิด ?
  ๒๐ บัดนี้​ท่าน​ต้อง​ตัดสิน​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​นี้. ดูเถิด, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ว่า​ทาง​หนึ่ง​ชัดเจน​เช่น​เดียว​กับ​อีก​ทาง​หนึ่ง; และ​มัน​จะ​เป็น​กับ​ทุก​คน​ตาม​งาน​ของ​เขา.
  ๒๑ และ​บัดนี้​ดัง​ที่​ข้าพเจ้า​กล่าว​แล้ว​เกี่ยว​กับศรัทธา—ศรัทธา​ไม่​ใช่​การ​มีค​วาม​รู้​อัน​สมบูรณ์​ของ​สิ่ง​ต่าง ๆ; ฉะนั้น​หาก​ท่าน​มี​ศรัทธา​ท่าน​ย่อมหวัง​ใน​สิ่ง​ที่​ไม่เห็น, ซึ่ง​จริง.
  ๒๒ และ​บัดนี้, ดูเถิด, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, และ​อยาก​ให้ท่า​น​จำ​ไว้, ว่า​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​เมตตา​คน​ทั้งปวง​ที่​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระองค์; ฉะนั้น​พระองค์​จึง​ทรง​ปรารถนา, ใน​ประการ​แรก, ให้ท่า​น​เชื่อ, แท้จริง​แล้ว, แม้​ใน​พระ​วจนะ​ของ​พระองค์.
  ๒๓ และ​บัดนี้, พระองค์​ทรง​ให้​พระ​วจนะ​ของ​พระองค์​แก่​มนุษย์​โดย​เทพ, แท้จริง​แล้ว, ไม่​แต่​ผู้ชายเท่านั้น​แต่​ผู้หญิง​ด้วย. บัดนี้​นี่​ยัง​ไม่​หมด; เด็ก​เล็ก ๆ ก็ได้​พระ​วจนะ​มา​สู่​พวก​เขา​หลาย​ครั้ง, ซึ่ง​ทำให้​ผู้​มี​ปัญญา​และ​คน​มี​การ​ศึกษา​จำนน.
  ๒๔ และ​บัดนี้, พี่น้อง​ที่รัก​ของ​ข้าพเจ้า, เนื่องจาก​ท่าน​ปรารถนา​จะ​รู้​จาก​ข้าพเจ้า​ว่า​ท่าน​จะ​ทำ​อย่างไร​เพราะ​ท่าน​มี​ทุกข์​และ​ถูก​ขับ​ไล่—บัดนี้​ข้าพเจ้า​ไม่​ปรารถนา​ให้ท่า​น​คิด​ว่า​ข้าพเจ้า​ตั้งใจ​ตัดสิน​ท่าน​นอกจาก​ตาม​สิ่ง​ที่จริง—
  ๒๕ เพราะ​ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​หมายความ​ว่า​พวก​ท่าน​ทั้งหมด​ถูก​บีบบังคับ​ให้​นอบน้อม​ถ่อม​ตน; เพราะ​ข้าพเจ้า​เชื่อ​จริง ๆ ว่า​มี​บาง​คนใน​บรรดา​พวก​ท่าน​ผู้​ซึ่ง​จะ​นอบน้อม​ถ่อม​ตน, ไม่​ว่า​จะ​ให้​พวก​เขา​อยู่​ใน​สถานการณ์​ใด​ก็ตาม.
  ๒๖ บัดนี้, ดัง​ที่​ข้าพเจ้า​กล่าว​ไว้​เกี่ยว​กับ​ศรัทธา—ว่า​สิ่ง​นี้​หา​ใช่​ความ​รู้​อัน​สมบูรณ์​ไม่—แม้​เป็น​ดังนั้น​กับ​ถ้อยคำ​ของ​ข้าพเจ้า. ท่าน​ไม่​สามารถ​รู้​ถึง​ความ​แน่นอน​ของ​มัน​แต่​ที​แรก, จนถึง​ความ​สมบูรณ์, หรือ​รู้มาก​ไป​กว่า​ศรัทธา​คือ​ความ​รู้​อัน​สมบูรณ์.
  ๒๗ แต่​ดูเถิด, หาก​ท่าน​จะ​ตื่น​และ​ปลุก​พลัง​ของ​ท่าน, แม้​มา​สู่​การ​ทดลอง​คำ​พูด​ข้าพเจ้า, และ​ใช้​อนุภาค​หนึ่ง​ของ​ศรัทธา, แท้จริง​แล้ว, แม้​หาก​ท่าน​ทำ​ไม่​ได้​มาก​ไป​กว่าปรารถนา​ที่​จะ​เชื่อ, ก็​ขอ​ให้​ความ​ปรารถนา​นี้​เกิด​ผล​ใน​ท่าน, แม้​จน​ท่าน​เชื่อ​ใน​ลักษณะ​จะ​ให้​ที่​สำหรับ​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ถ้อยคำ​ข้าพเจ้า.
  ๒๘ บัดนี้, เรา​จะ​เปรียบเทียบ​พระ​วจนะ​กับ​เมล็ดพืช. บัดนี้, หาก​ท่าน​ให้​ที่, เพื่อ​จะ​ปลูก​เมล็ด​พืช​ในใจ​ท่าน, ดูเถิด, หาก​เป็น​เมล็ด​จริง, หรือ​เมล็ด​ดี, หาก​ท่าน​ไม่​โยน​มัน​ทิ้ง​โดย​ความ​ไม่เชื่อ​ของ​ท่าน, ทำให้​ท่าน​จะ​ต่อต้าน​พระ​วิญญาณ​ของ​พระเจ้า, ดูเถิด, มัน​จะ​เริ่ม​พอง​อยู่​ใน​อก​ท่าน; และ​เมื่อ​ท่าน​รู้สึก​ถึง​การ​พอง​นี้, ท่าน​จะ​กล่าว​ใน​ใจ​ว่า—มัน​จำ​ต้อง​เป็น​ว่า​นี่​คือ​เมล็ด​ดี, หรือ​ว่า​พระ​วจนะ​ดี, เพราะ​มัน​เริ่ม​ทำให้​จิต​วิญญาณ​ข้าพเจ้า​ขยาย; แท้จริง​แล้ว, มัน​เริ่ม​ให้​ความ​สว่าง​แก่​ความเข้าใจ​ของ​ข้าพเจ้า, แท้จริง​แล้ว, มัน​เริ่ม​มี​รส​เลิศ​สำหรับ​ข้าพเจ้า.
  ๒๙ บัดนี้​ดูเถิด, การ​นี้​จะ​ไม่​เพิ่ม​ศรัทธา​ของ​ท่าน​หรือ ? ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ถูก​แล้ว; กระนั้น​ก็ตาม​มัน​ยัง​ไม่​เติบโต​ขึ้น​เป็นความ​รู้​อัน​สมบูรณ์.
  ๓๐ แต่​ดูเถิด, เมื่อ​เมล็ด​พอง, และ​งอก, และ​เริ่ม​เติบโต, เมื่อนั้น​ท่าน​จำ​ต้อง​กล่าว​ว่า​เมล็ด​ดี; เพราะ​ดูเถิด​มัน​พอง, และ​งอก, และ​เริ่ม​เติบโต. และ​บัดนี้, ดูเถิด, สิ่ง​นี้​จะ​ไม่​เพิ่ม​กำลัง​ศรัทธา​ของ​ท่าน​หรือ ? ถูก​แล้ว, มัน​จะ​เพิ่ม​กำลัง​ศรัทธา​ของ​ท่าน: เพราะ​ท่าน​จะ​กล่าว​ว่า​ข้าพเจ้า​รู้​ว่า​นี่​คือ​เมล็ด​ดี; เพราะ​ดูเถิด​มัน​งอก​และ​เริ่ม​เติบโต.
  ๓๑ และ​บัดนี้, ดูเถิด, ท่าน​แน่ใจ​หรือ​ว่า​นี่​คือ​เมล็ด​ดี ? ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ถูก​แล้ว; เพราะ​ทุก​เมล็ด​ออก​ผล​ตามลักษณะ​ของ​มัน.
  ๓๒ ฉะนั้น, หาก​เมล็ด​เติบโต​มัน​ย่อม​ดี, แต่​หาก​มัน​ไม่​เติบโต, ดูเถิด​มัน​ย่อม​ไม่​ดี, ฉะนั้น​มัน​จึง​ถูก​โยน​ทิ้ง.
  ๓๓ และ​บัดนี้, ดูเถิด, เพราะ​ท่าน​ได้​พยายาม​ทดลอง, และ​เพาะ​เมล็ด, และ​มัน​พอง​และ​งอก, และ​เริ่ม​เติบโต, ท่าน​ก็​จำ​ต้อง​รู้​ว่า​เมล็ด​ดี.
  ๓๔ และ​บัดนี้, ดูเถิด, ความรู้​ของ​ท่าน​สมบูรณ์​หรือ ? ถูก​แล้ว, ความ​รู้​ของ​ท่าน​สมบูรณ์​ใน​เรื่อง​นั้น, และศรัทธา​ของ​ท่าน​แน่นิ่ง; และ​นี่​เพราะ​ท่าน​รู้, เพราะ​ท่าน​รู้​ว่า​พระ​วจนะ​ทำให้​จิต​วิญญาณ​ท่าน​พอง, และ​ท่าน​รู้​ด้วยว่า​มัน​งอก, ว่าความ​เข้าใจ​ของ​ท่าน​เริ่ม​สว่าง, และ​ความนึกคิด​ท่าน​เริ่ม​ขยาย.
  ๓๕ โอ้​ดังนั้น​แล้ว, นี่​ไม่​จริง​หรือ ? ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ถูก​แล้ว, เพราะ​มัน​คือ​ความสว่าง; และ​อะไร​ก็ตาม​ที่​เป็นความ​สว่าง, ย่อม​ดี, เพราะ​เล็ง​เห็น​ได้​ชัดเจน, ฉะนั้น​ท่าน​ต้อง​รู้​ว่า​มันดี; และ​บัดนี้​ดูเถิด, หลังจาก​ท่าน​ลิ้ม​รส​ความ​สว่าง​นี้​ความ​รู้​ของ​ท่าน​สมบูรณ์​หรือ ?
  ๓๖ ดูเถิด​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ไม่​เลย; ทั้ง​ท่าน​ต้อง​ไม่​ละทิ้ง​ศรัทธา​ของ​ท่าน, เพราะ​ท่าน​เพียง​แต่​ใช้​ศรัทธา​ของ​ท่าน​เพื่อ​เพาะ​เมล็ด​เพื่อ​ท่าน​จะ​ทดลอง​ให้​รู้​ว่า​เมล็ด​ดี​หรือ​ไม่.
  ๓๗ และ​ดูเถิด, เมื่อ​ต้นไม้​เริ่ม​เติบโต, ท่าน​จะ​กล่าว: ให้​เรา​บำรุง​เลี้ยง​มัน​ด้วย​ความ​ใส่ใจ​อย่าง​ยิ่ง, เพื่อ​มัน​จะ​แตก​ราก, เพื่อ​มัน​จะ​เติบโต​ขึ้น, และ​ออก​ผล​ให้​เรา. และ​บัดนี้​ดูเถิด, หาก​ท่าน​บำรุง​เลี้ยง​มัน​ด้วย​ความ​เอาใจใส่​ให้​มาก​มัน​จะ​แตก​ราก, และ​เติบโต​ขึ้น, และ​ออก​ผล.
  ๓๘ แต่​หาก​ท่านละเลย​ต้นไม้, และ​ไม่​คิดถึง​การ​บำรุง​เลี้ยง​มัน, ดูเถิด​มัน​จะ​ไม่​แตก​ราก; และ​เมื่อ​ความ​ร้อน​ของ​ดวง​อาทิตย์​มา​ถึง​และ​แผด​เผา​มัน, เนื่องจาก​มัน​ไม่​มี​ราก​มัน​ย่อม​เหี่ยวแห้ง​ไป, และ​ท่าน​ก็​ถอน​มัน​ขึ้น​และ​โยน​มัน​ทิ้ง.
  ๓๙ บัดนี้, นี่​ไม่​ใช่​เพราะ​เมล็ด​ไม่​ดี, ทั้ง​ไม่​ใช่​เพราะ​ผล​ของ​มัน​ไม่​เป็น​ที่​พึง​ปรารถนา; แต่​เป็น​เพราะดิน​ของ​ท่าน​แห้งแล้ง, และ​ท่าน​ไม่​ยอม​บำรุง​เลี้ยง​ต้นไม้, ฉะนั้น​ท่าน​จะ​รับ​ผล​จาก​มัน​ไม่​ได้.
  ๔๐ และ​ด้วย​เหตุ​นี้, หาก​ท่าน​ไม่​ยอม​บำรุง​เลี้ยง​พระ​วจนะ, โดย​ตั้ง​ตา​รอ​ผล​ของ​ต้นไม้​ด้วย​ดวงตา​แห่ง​ศรัทธา​แล้ว, ท่าน​จะ​ไม่​มี​วัน​เก็บ​ผล​จาก​ต้นไม้​แห่งชีวิต​ได้​เลย.
  ๔๑ แต่​หาก​ท่าน​จะ​บำรุง​เลี้ยง​พระ​วจนะ, แท้จริง​แล้ว, บำรุง​เลี้ยง​ต้นไม้​เมื่อ​เริ่ม​เติบโต, โดย​ศรัทธา​ของ​ท่าน​ด้วย​ความ​ขยัน​หมั่น​เพียร​ยิ่ง, และ​ด้วย​ความอดทน, โดย​ตั้ง​ตา​รอ​ผล​จาก​ต้นไม้, มัน​จะ​แตก​ราก; และ​ดูเถิด​มัน​จะ​เป็นต้น​ไม้​ที่งอกงาม​ไป​สู่​ชีวิต​อันเป็น​นิจ.
  ๔๒ และ​เพราะ​ความ​ขยัน​หมั่นเพียร​ของ​ท่าน​และ​ศรัทธา​ของ​ท่าน​และ​ความ​อดทน​ของ​ท่าน​ต่อ​พระ​วจนะ​ขณะ​บำรุง​เลี้ยง​มัน, เพื่อ​มัน​จะ​แตก​ราก​ใน​ท่าน, ดูเถิด, ใน​ไม่​ช้า​ท่าน​จะ​เก็บผล​จาก​มัน​ได้, ซึ่ง​มี​ค่าที่​สุด, ซึ่ง​หวาน​เหนือ​ทุก​สิ่ง​ที่​หวาน, และ​ขาว​เหนือ​ทุก​สิ่ง​ที่​ขาว, แท้จริง​แล้ว, และ​พิศุทธิ์​เหนือ​ทุก​สิ่ง​ที่​พิศุทธิ์; และ​ท่าน​จะ​ดื่มด่ำ​ผล​นี้​แม้​จน​อิ่ม, เพื่อ​ท่าน​จะ​ไม่​หิว, ท่าน​จะ​ไม่​กระหาย.
  ๔๓ จาก​นั้น, พี่น้อง​ข้าพเจ้า, ท่าน​จะ​เก็บเกี่ยว​รางวัล​แห่ง​ศรัทธา​ของ​ท่าน, และ​ความ​ขยัน​หมั่น​เพียร​ของ​ท่าน, และ​ความ​อดทน, และ​ความ​อดกลั้น, ขณะ​รอ​คอย​ให้​ต้นไม้​ออก​ผล​ให้ท่า​น.