พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน  ถัดไป >
หลัก​คำ​สอน
และ
พัน​ธ​สัญญา
ภาค ๑๐๗
การ​เปิดเผย​เรื่อง​ฐานะ​ปุโรหิต, ที่​ประทาน​ผ่าน​โจ​เซฟ ส​มิ​ธ ศาสดา​พยากรณ์, ที่​เคิรท์แลนด์, รัฐ​โอไฮโอ, วัน​ที่ ๒๘ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๕ (History of the Church, 2:209–217). ใน​วัน​ที่​กล่าว​ถึง​นี้, อัครสาวก​สิบ​สอง​ประชุม​กัน​ใน​สภา, สารภาพ​ความ​อ่อนแอ​และข้อ​บกพร่อง​ส่วนตัว​ของ​พวก​เขา, กล่าว​ถึง​การก​ลับ​ใจ, และ​แสวง​หา​การนำ​ทาง​ของ​พระเจ้า​เพิ่มเติม. พวก​เขา​กำลัง​จะ​แยก​กัน​ไป​ทำ​งาน​เผยแผ่​ตาม​ท้องที่​ซึ่ง​ได้​รับ​มอบหมาย. แม้​ว่า​ส่วน​ต่างๆ ของ​ภาค​นี้​ได้​รับ​ใน​วัน​ที่​กล่าว​ถึง, แต่​บันทึก​ทาง​ประวัติศาสตร์​ยืนยัน​ว่า​หลาย​ส่วน​ได้​รับ​ใน​เวลา​ต่าง​กัน, บาง​ส่วน​ย้อน​ไป​ไกล​ถึง​เดือน​พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๑.
๑–๖, มี​ฐานะ​ปุโรหิต​สอง​อย่าง: แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค​และ​แห่ง​อา​โร​น; ๗–๑๒, คน​เหล่า​นั้น​ที่​ดำรง​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค​มี​อำนาจ​ปฏิบัติ​หน้าที่​ทุก​ตำแหน่ง​ใน​ศาสนจักร; ๑๓–๑๗, ฝ่าย​อธิการ​ควบคุม​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​อา​โร​น, ซึ่ง​ปฏิบัติ​ศาสนพิธีภายนอก; ๑๘–๒๐, ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค​ถือ​กุญแจ​ทั้งหลาย​ของ​พร​ทั้งปวง​ทาง​วิญญาณ; ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​อา​โร​น​ถือ​กุญแจ​ทั้งหลาย​แห่ง​การ​ปฏิบัติ​ของ​เหล่า​เทพ; ๒๑–๓๘, ฝ่าย​ประธาน​สูง​สุด, อัครสาวก​สิบ​สอง, และ​สาวก​เจ็ด​สิบ​ประกอบ​เป็น​โค​ว​รัมคว​บ​คุม​ต่างๆ, ซึ่ง​คำ​ตัดสิน​ของ​พวก​ท่าน​ต้อง​กระทำ​ใน​ความ​สามัคคี​และ​ความชอบ​ธรรม; ๓๙–๕๒, ระเบียบ​แห่ง​ปิตุ​สถาปนา​ขึ้น​จาก​อา​ดัมถึง​โนอาห์; ๕๓–๕๗, วิ​สุทธิ​ชน​ใน​สมัย​โบราณ​มา​รวม​กัน​ที่​อาดัม-ออ​น​ได-อาห์มัน, และ​พระเจ้า​ทรง​ปรากฏ​ต่อ​พวก​เขา; ๕๘–๖๗, อัครสาวก​สิบ​สอง​ต้อง​วาง​ระเบียบ​เจ้าหน้าที่​ของ​ศาสนจักร; ๖๘–๗๖, อธิการ​ทั้งหลาย​รับ​ใช้​เป็น​ผู้​พิพากษา​ใหญ่​ใน​อิส​ราเอล; ๗๗–๘๔, ฝ่าย​ประธาน​สูง​สุด​และ​อัครสาวก​สิบ​สอง​ประกอบ​กัน​เป็น​ศาลสูงสุด​ใน​ศาสนจักร; ๘๕–๑๐๐, บรรดา​ประธาน​ฐานะ​ปุโรหิต​ปกครอง​โค​ว​รัมของ​ตน​เอง.
  ๑ ฐานะ​ปุโรหิต​มี​สอง​อย่าง, ใน​ศาสนจักร, กล่าว​คือ, แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​และ​แห่ง​อา​โร, โดย​รวม​ถึง​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่งเลวี.
  ๒ เหตุ​ที่​เรียก​อย่าง​แรก​ว่า​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค​ก็​เพราะ​เม​ลคีเซ​เด​เป็น​มหา​ปุโรหิต​ที่​สำคัญ​อย่าง​ยิ่ง.
  ๓ ก่อน​วัน​เวลา​ของ​ท่าน​เรียก​ฐานะ​ปุโรหิต​นี้​ว่า ฐานะ​ปุโรหิต​ศักดิ์สิทธิ์, ตามระเบียบ​ของ​พระ​บุตร​ของ​พระผู้เป็นเจ้า.
  ๔ แต่​เนื่องจาก​ความ​นับถือ​หรือ​ความคารวะ​ต่อ​พระ​นาม​ของ​พระ​ผู้ทรง​เป็น​เหนือ​ทุก​สิ่ง, เพื่อ​หลีก​เลี่ยง​การก​ล่า​ว​ซ้ำ​ถึง​พระ​นาม​ของ​พระองค์​บ่อย​เกินไป, คน​เหล่า​นั้น, ศาสนจักร, ใน​สมัย​โบราณ, จึง​เรียก​ฐานะ​ปุโรหิต​นั้น​ตาม​ชื่อ​ของ​เม​ลคีเซ​เด​ค, หรือ​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค.
  ๕ เจ้าหน้าที่​หรือ​ตำแหน่ง​อื่น​ทั้งปวง​ใน​ศาสนจักร​เป็นส่วนประกอบ​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​นี้.
  ๖ แต่​มี​สอง​ฝ่าย​หรือ​สอง​หมวด​ใหญ่—อย่าง​หนึ่ง​คือ​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค, และ​อีก​อย่าง​หนึ่ง​คือ​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​อา​โร​นหรือเลวี.
  ๗ ตำแหน่ง​ของ​เอ็ลเดอร์​อยู่​ใน​ฐานะ​ปุโรหิต​ที่​เป็น​ของ​เม​ลคีเซ​เด​ค.
  ๘ ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค​ถือ​สิทธิ​ของ​การ​เป็น​ประธาน, และ​มี​พลัง​อำนาจ​และ​สิทธิอำนาจ​เหนือ​ตำแหน่ง​ทั้งหมด​ใน​ศาสนจักร​ทุก​ยุค​ของ​โลก, เพื่อ​ดูแล​ใน​เรื่อง​ทาง​วิญญาณ.
  ๙ ฝ่ายประธาน​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง, ตาม​ระเบียบ​ของ​เม​ลคีเซ​เด​ค, มี​สิทธิ์​ปฏิบัติ​หน้าที่​ใน​ตำแหน่ง​ทั้งปวง​ใน​ศาสนจักร.
  ๑๐ มหาปุโรหิต​ตาม​ระเบียบ​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค​มีสิทธิ์​ปฏิบัติ​หน้าที่​ใน​ตำแหน่ง​ของ​ตน​เอง, ภาย​ใต้​การ​กำกับ​ดูแล​ของ​ฝ่าย​ประธาน, ใน​การ​ดูแล​เรื่อง​ทาง​วิญญาณ, และ​ใน​ตำแหน่ง​ของ​เอ็ลเดอร์, ปุโรหิต (แห่ง​ระเบียบ​ของเลวี), ผู้​สอน, มัคนายก, และ​สมาชิก​ด้วย.
  ๑๑ เอ็ลเด​อร์มี​สิทธิ์​ปฏิบัติ​หน้าที่​แทน​เมื่อ​มหา​ปุโรหิต​ไม่​อยู่ ณ ที่​นั้น.
  ๑๒ มหา​ปุโรหิต​และ​เอ็ลเด​อร์จะ​ดูแล​ใน​เรื่อง​ทาง​วิญญาณ, ให้​สอดคล้อง​กับ​พัน​ธ​สัญญา​และ​พระ​บัญญัติ​ของ​ศาสนจักร; และ​พวก​เขา​มี​สิทธิ์​ปฏิบัติ​หน้าที่​ใน​ตำแหน่ง​ทั้งหลาย​ทั้งปวง​เหล่า​นี้​ของ​ศาสนจักร​เมื่อ​ไม่​มี​เจ้าหน้าที่​ระดับ​สูง​กว่า​อยู่ ณ ที่​นั้น.
  ๑๓ ฐานะ​ปุโรหิต​ที่​สอง​เรียก​ว่า​ฐานะปุโรหิต​แห่ง​อา​โร​น, เพราะ​มอบ​ฐานะ​ปุโรหิต​นี้​ให้​อา​โร​และ​พงศ์พันธุ์​ของ​เขา, ตลอด​ทุก​รุ่น​ของ​พวก​เขา.
  ๑๔ เหตุ​ที่​เรียก​ว่า​ฐานะ​ปุโรหิต​ที่​ต่ำ​กว่า​ก็​เพราะ​เป็นส่วนประกอบ​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ที่​เหนือ​กว่า, หรือ​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค, และ​มี​อำนาจ​ใน​การ​ปฏิบัติ​ศาสนพิธีภายนอก.
  ๑๕ ฝ่ายอธิการ​เป็น​ประธาน​ควบคุม​ฐานะ​ปุโรหิต​นี้, และ​ถือ​กุญแจ​หรือ​สิทธิ​อำนาจ​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ดัง​กล่าว.
  ๑๖ ไม่​มี​มนุษย์​คน​ใด​มี​สิทธิ์​ถูก​ต้องตา​มก​ฎ​ใน​ตำแหน่ง​นี้, ใน​การ​ถือ​กุญแจ​ทั้งหลาย​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​นี้, เว้นแต่​เขา​จะ​เป็น​สายเลือดแท้​ของ​อา​โร​น.
  ๑๗ แต่​เนื่องจาก​มหา​ปุโรหิต​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค​มี​สิทธิ​อำนาจ​ปฏิบัติ​หน้าที่​ใน​ตำแหน่ง​ทั้งหมด​ที่​ต่ำ​กว่า, เขา​จะ​ปฏิบัติ​หน้าที่​ใน​ตำแหน่ง​อธิการ​เมื่อ​หา​สายเลือด​แท้​ของ​อา​โร​น​ไม่​ได้, โดย​มี​ข้อแม้​ว่า​เขา​ได้​รับ​เรียก​และ​วางมือ​มอบ​หน้าที่​และแต่งตั้ง​สู่​พลัง​อำนาจ​นี้​โดย​มือ​ของ​ฝ่าย​ประธาน​สูงสุด​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค.
  ๑๘ พลัง​อำนาจ​และ​สิทธิ​อำนาจ​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง​กว่า, หรือ​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด​ค, คือ​การ​ถือกุญแจ​ทั้งหลาย​ของ​พร​ทาง​วิญญาณ​ทั้งปวง​ของ​ศาสนจักร—
  ๑๙ การ​มี​เอกสิทธิ์​ได้​รับ​ความลี้ลับ​ของ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์, ให้​สวรรค์​เปิด​ต่อ​พวก​เขา, ติดต่อ​กับ​การ​ชุมนุมใหญ่​และ​ศาสนจักร​ของ​พระ​บุตร​หัวปี, และ​ปีติ​ยินดี​กับ​การ​ติดต่อ​และ​พระ​สิริ​แห่ง​พระผู้เป็นเจ้า พระ​บิดา, และ​พระ​เยซู สื่อกลาง​แห่ง​พัน​ธ​สัญญา​ใหม่.
  ๒๐ พลัง​อำนาจ​และ​สิทธิ​อำนาจ​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ที่​ต่ำ​กว่า, หรือ​แห่ง​อา​โร​น, คือ​การ​ถือกุญแจ​ทั้งหลาย​แห่ง​การ​ปฏิบัติ​ของ​เหล่า​เทพ, และ​ปฏิบัติศาสนพิธี​ภายนอก, ตัว​อักษร​ของ​พระ​กิตติคุณ, บัพ​ติ​ศมา​แห่ง​การก​ลับ​ใจ​เพื่อ​การ​ปลดบาป, ให้​สอดคล้อง​กับ​พัน​ธ​สัญญา​และ​พระ​บัญญัติ.
  ๒๑ ด้วย​ความ​จำเป็น​จึง​มี​ประธาน, หรือ​เจ้าหน้าที่​ควบคุม​ที่​เกิด​ขึ้น​จาก, หรือ​กำหนด​ขึ้น​จาก​หรือ​มา​จาก​บรรดา​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ได้​รับ​แต่งตั้ง​สู่​ตำแหน่ง​ต่างๆ ใน​ฐานะ​ปุโรหิต​ทั้ง​สอง​อย่าง​นี้.
  ๒๒ จาก​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​เม​ลคีเซ​เด, มหา​ปุโรหิตควบคุม​สาม​คน, ซึ่ง​ได้​รับ​เลือก​โดย​องค์ประชุม, ซึ่ง​กำหนด​ขึ้น​และ​แต่งตั้ง​สู่​ตำแหน่ง​นั้น, และ​ได้​รับ​การสนับสนุน​โดย​ความ​ไว้​วางใจ, ศรัทธา, และ​การ​สวด​อ้อนวอน​ของ​ศาสนจักร, ประกอบ​เป็น​โค​ว​รัมฝ่ายประ​ธานสูง​สุด​ของ​ศาสนจักร.
  ๒๓ สมาชิก​สภา​สัญจร​สิบสอง​คน​ได้​รับ​เรียก​เป็นอัครสาวก​สิบ​สอง, หรือ​พยาน​พิเศษ​ถึง​พระ​นาม​ของ​พระ​คริสต์​ใน​ทั่ว​โลก—ดังนั้น​จึง​แตก​ต่าง​จาก​เจ้าหน้าที่​อื่นๆ ใน​ศาสนจักร​ใน​หน้าที่​การ​เรียก​ของ​พวก​เขา.
  ๒๔ และ​พวก​เขา​ประกอบ​กัน​เป็น​โค​วรัม, เท่าเทียม​กัน​ใน​สิทธิ​อำนาจ​และ​พลัง​อำนาจ​กับ​ประธาน​สาม​คน​ที่​กล่าว​มา​แล้ว.
  ๒๕ สาวก​เจ็ดสิบ​ได้​รับ​เรียก​ให้​สั่งสอน​พระ​กิตติคุณ​เช่น​กัน, และ​ให้​เป็น​พยาน​พิเศษ​ต่อ​คน​ต่าง​ชาติ​และ​ใน​ทั่ว​โลก—ดังนั้น​จึง​แตก​ต่าง​จาก​เจ้าหน้าที่​อื่นๆ ใน​ศาสนจักร​ใน​หน้าที่​การ​เรียก​ของ​พวก​เขา.
  ๒๖ และ​พวก​เขา​ประกอบ​กัน​เป็น​โค​วรัม, เท่าเทียม​กัน​ใน​สิทธิ​อำนาจ​ที่​เป็น​ของ​พยาน​พิเศษ​สิบ​สอง​คน​หรือ​อัครสาวก​ที่​เพิ่ง​กล่าว​ถึง.
  ๒๗ และ​คำ​ตัดสิน​ทุก​เรื่อง​ที่​กระทำ​โดย​โค​ว​รัมใด​ก็ตาม​ใน​โค​ว​รัมเหล่านี้​ต้อง​เกิด​ขึ้น​โดย​เสียง​เอกฉันท์​ของ​โค​ว​รัมเหล่านี้; กล่าว​คือ, สมาชิก​ทุก​คนใน​แต่ละ​โค​ว​รัมต้อง​เห็น​พ้อง​กัน​กับ​คำ​ตัดสิน​ของ​โค​วรัม, เพื่อ​ทำให้​คำ​ตัดสิน​ของ​โค​ว​รัมเหล่านั้น​ต่าง​ฝ่าย​ต่าง​มี​อำนาจ​หรือ​ผล​บังคับ​เท่า​กัน​ใน​แต่ละ​โค​วรัม—
  ๒๘ เสียง​ส่วน​ใหญ่​จะ​ประกอบ​กัน​เป็น​โค​ว​รัมได้ก็ต่อ​เมื่อ​สภาวการณ์​ทำให้​เป็น​อย่าง​อื่น​ไม่​ได้—
  ๒๙ เว้นแต่​เป็น​กรณี​นี้, คำ​ตัดสิน​ของ​พวก​เขา​ไม่​มี​สิทธิ์​ใน​พร​เดียว​กับ​คำ​ตัดสิน​ของ​โค​ว​รัมประ​ธานสามค​น​ซึ่ง​มี​ใน​สมัย​โบราณ, ผู้​ได้​รับ​แต่งตั้ง​ตาม​ระเบียบ​ของ​เม​ลคีเซ​เด​ค, และ​เป็น​บุรุษ​ที่​ชอบธรรม​และ​บริสุทธิ์.
  ๓๐ คำ​ตัดสิน​ของ​โค​ว​รัมเหล่านี้, หรือ​โค​ว​รัมใด​ก็ตาม​ใน​โค​ว​รัมเหล่านี้, ต้อง​กระทำ​ใน​ความชอบธรรม​ทั้งมวล, ใน​ความ​บริสุทธิ์, และ​ความ​นอบน้อม​แห่ง​ใจ, ความ​อ่อนโยน​และ​ความ​อดกลั้น, และ​ใน​ศรัทธา, และคุณธรรม, และ​ความ​รู้, ความ​ยับยั้ง​ตน, ความ​อดทน, ความ​เป็น​เหมือน​พระผู้เป็นเจ้า, ความ​กรุณา​ฉัน​พี่น้อง​และ​จิต​กุศล;
  ๓๑ เพราะ​สัญญา​คือ, หาก​สิ่ง​เหล่า​นี้​มี​มากมาย​ใน​พวก​เขา พวก​เขา​จะ​ไม่​ไร้ผล​ใน​ความ​รู้​เรื่อง​พระเจ้า.
  ๓๒ และ​ใน​กรณี​ที่​คำ​ตัดสิน​ใด​ของ​โค​ว​รัมเหล่านี้​กระทำ​ใน​ความ​ไม่​ชอบธรรม, ก็​สามารถ​นำ​มา​ยื่น​ต่อ​การ​ชุมนุม​ใหญ่​ของ​โค​ว​รัมต่าง​ๆ, ซึ่ง​ประกอบด้วย​เจ้าหน้าที่​ฝ่าย​วิญญาณ​ของ​ศาสนจักร; มิ​ฉะนั้น​จะ​มี​การ​อุทธรณ์​ไม่​ได้​จาก​คำ​ตัดสิน​ของ​โค​ว​รัมเหล่านี้.
  ๓๓ อัครสาวก​สิบ​สอง​เป็น​สภา​สูง​สัญจร​ควบคุม, ซึ่ง​ปฏิบัติ​หน้าที่​ใน​พระ​นาม​ของ​พระเจ้า, ภาย​ใต้​การ​กำกับ​ดูแล​ของ​ฝ่าย​ประธาน​สูง​สุด​ของ​ศาสนจักร, โดย​สอดคล้อง​กับ​สถาบัน​แห่ง​สวรรค์; ซึ่ง​เสริม​สร้าง​ศาสนจักร, และ​ดูแล​กิจจานุกิจ​ทั้งหมด​ของ​ศาสนจักร​นั้น​ใน​ประชาชาติ​ทั้งปวง, ลำดับ​แรก​แก่​คน​ต่างชาติ​และ​ต่อ​ไป​แก่​ชาวยิว.
  ๓๔ สาวก​เจ็ด​สิบ​ต้อง​กระทำ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระเจ้า, ภาย​ใต้​การ​กำกับ​ดูแล​ของ​อัครสาวก​สิบสอง​หรือ​สภา​สูง​สัญจร, ใน​การ​เสริม​สร้าง​ศาสนจักร​และ​ดูแล​กิจจานุกิจ​ทั้งหมด​ของ​ศาสนจักร​นั้น​ใน​ประชาชาติ​ทั้งปวง, ลำดับ​แรก​แก่​คน​ต่าง​ชาติ​และ​จาก​นั้น​แก่​ชาวยิว—
  ๓๕ อัครสาวก​สิบ​สอง​โดยที่​ทรง​ส่ง​ออก​ไป, ถือ​กุญแจ​ทั้งหลาย, เพื่อ​เปิด​ประตู​โดย​การ​ประกาศ​พระ​กิตติคุณ​ของ​พระ​เยซู​คริสต์, และ​ลำดับ​แรก​แก่​คน​ต่าง​ชาติ​และ​จาก​นั้น​แก่​ชาวยิว.
  ๓๖ สภาสูง​ประจำ​ท้องที่, ที่​ส​เต​ค​ทั้งหลาย​ของ​ไซ​อัน, ประกอบ​เป็น​โค​ว​รัมเท่า​เทียม​กัน​ใน​สิทธิ​อำนาจ​ใน​กิจจานุกิจ​ของ​ศาสนจักร, ใน​คำ​ตัดสิน​ทั้งหมด​ของ​พวก​เขา, กับ​โค​ว​รัมของ​ฝ่าย​ประธาน, หรือ​กับ​สภา​สูง​สัญจร.
  ๓๗ สภา​สูง​ใน​ไซ​อัน​ประกอบ​เป็น​โค​ว​รัมเท่า​เทียม​กัน​ใน​สิทธิ​อำนาจ​ใน​กิจจานุกิจ​ของ​ศาสนจักร, ใน​คำ​ตัดสิน​ทั้งหมด​ของ​พวก​เขา, กับ​สภา​ทั้งหลาย​ของ​อัครสาวก​สิบ​สอง​ที่​ส​เต​ค​ทั้งหลาย​ของ​ไซ​อัน.
  ๓๘ เป็น​หน้าที่​ของ​สภา​สูง​สัญจร​ที่​จะ​เรียก​หา​สาวก​เจ็ดสิบ, เมื่อ​พวก​เขา​ต้องการ​ความ​ช่วยเหลือ, เพื่อ​ทำ​หน้าที่​การ​เรียก​ต่างๆ, ใน​การ​สั่งสอน​และ​เกื้อกูล​พระ​กิตติคุณ, แทนที่จะ​เป็น​คน​อื่นๆ.
  ๓๙ เป็น​หน้าที่​ของ​อัครสาวก​สิบ​สอง, ใน​สาขา​ใหญ่​ทั้งปวง​ของ​ศาสนจักร, ที่​จะ​แต่งตั้ง​ผู้​ปฏิบัติ​ศาสนกิจ​ฝ่าย​ประสาทพร, ดัง​ที่​จะ​กำหนด​พวก​เขา​แก่​อัครสาวก​สิบ​สอง​โดย​การ​เปิดเผย—
  ๔๐ ระเบียบ​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​นี้​ได้​รับ​การ​ยืนยัน​ให้​สืบ​ทอด​จาก​บิดา​ไป​สู่​บุตร, และ​โดย​ถูก​ต้อง​เป็น​ของ​สายเลือด​แท้​ของ​พงศ์พันธุ์​ที่​เลือก​แล้ว, ซึ่ง​แก่​คน​เหล่า​นั้น​พระองค์​ทรง​ทำ​สัญญา​ไว้.
  ๔๑ ระเบียบ​นี้​ตั้ง​ขึ้น​ใน​วัน​เวลา​ของอาดัม, และ​สืบ​ต่อ​กัน​มา​โดยเชื้อสาย​ใน​ลักษณะ​ดัง​ต่อ​ไป​นี้:
  ๔๒ จาก​อา​ดัมถึงเสท, ผู้​ที่​อา​ดัมแต่งตั้ง​เมื่อ​อายุ​หก​สิบ​เก้า​ปี, และ​ได้​รับ​พร​จาก​ท่าน​ก่อน​มรณกรรม​ของ​ท่าน (อาดัม) สาม​ปี, และ​ได้​รับ​สัญญา​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ผ่าน​บิดา​เขา,ว่า​ลูก​หลาน​เขา​จะ​เป็น​ผู้​เลือก​แล้ว​ของ​พระเจ้า, และ​ว่า​พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​การ​ปกปักรักษา​จนถึง​บั้นปลาย​ของ​แผ่นดิน​โลก;
  ๔๓ เพราะ​เขา (เสท) เป็น​คน​ดีพร้อม, และลักษณะ​ของ​เขา​เหมือน​ลักษณะ​ของ​บิดา​เขา​มาก, ถึง​กับ​ว่า​เขา​ดู​จะ​เหมือนกับ​บิดา​เขา​ใน​ทุก​สิ่ง, และ​เห็น​ความ​แตก​ต่าง​จาก​เขา​ได้โดย​อายุ​ของ​เขา​เท่านั้น.
  ๔๔ เอ​โน​ช​ได้​รับ​แต่งตั้ง​เมื่อ​อายุ​หนึ่ง​ร้อย​สาม​สิบ​สี่​ปี​กับ​สี่​เดือน, โดย​มือ​ของ​อาดัม.
  ๔๕ พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​เรียก​หา​เคนัน​ใน​แดน​ทุรกันดาร​ใน​ปี​ที่​สี่​สิบ​ของ​อายุ​เขา; และ​เขา​พบ​อา​ดัมระหว่าง​เดินทาง​ไป​ยัง​สถาน​ที่​เชดอ​เลมัค. เขา​อายุ​แปด​สิบ​เจ็ด​ปี​เมื่อ​เขา​รับ​การ​แต่งตั้ง​ของ​เขา.
  ๔๖ มา​หะ​ลา​เลลอายุ​สี่​ร้อย​เก้า​สิบ​หก​ปี​กับ​เจ็ด​วัน​เมื่อ​เขา​ได้​รับ​แต่งตั้ง​โดย​มือ​ของ​อาดัม, ผู้​ที่​ให้​พร​เขา​ด้วย.
  ๔๗ ยา​เรดอายุ​สอง​ร้อย​ปี​เมื่อ​เขา​ได้​รับ​แต่งตั้ง​ภาย​ใต้​มือ​ของ​อาดัม, ผู้​ที่​ให้​พร​เขา​ด้วย.
  ๔๘ เอ​โน​อายุ​ยี่สิบ​ห้า​ปี​เมื่อ​เขา​ได้​รับ​แต่งตั้ง​ภาย​ใต้​มือ​ของ​อาดัม; และ​เขา​อายุ​หก​สิบ​ห้า​และ​อา​ดัมให้พร​เขา.
  ๔๙ และ​เขา​เห็น​พระเจ้า, และ​เขา​เดิน​กับ​พระองค์, และ​อยู่​เบื้อง​พระ​พักตร์​พระองค์​ตลอด​เวลา; และ​เขาเดิน​กับ​พระผู้เป็นเจ้า​สาม​ร้อย​หก​สิบ​ห้า​ปี, ทำให้​เขา​มีอายุ​สี่​ร้อย​สาม​สิบ​ปี​เมื่อ​เขา​ได้​รับ​การ​แปรสภาพ.
  ๕๐ เม​ธูเสลาห์​อายุ​หนึ่ง​ร้อย​ปี​เมื่อ​เขา​ได้​รับ​แต่งตั้ง​ภาย​ใต้​มือ​ของ​อาดัม.
  ๕๑ ลา​เม​ค​อายุ​สาม​สิบ​สอง​ปี​เมื่อ​เขา​ได้​รับ​แต่งตั้ง​ภาย​ใต้​มือ​ของ​เสท.
  ๕๒ โนอาห์​อายุ​สิบ​ขวบ​เมื่อ​เขา​ได้​รับ​แต่งตั้ง​ภาย​ใต้​มือ​ของ​เม​ธูเสลาห์.
  ๕๓ สาม​ปี​ก่อน​มรณกรรม​ของ​อาดัม, ท่าน​เรียก​เสท, เอ​โน​ช, เคนัน, มา​หะ​ลาเลล, ยาเรด, เอ​โน​ค, และ​เม​ธูเสลาห์, ผู้​เป็น​มหาปุโรหิต​ทุก​คน, กับ​ลูก​หลาน​ของ​ท่าน​ที่​เหลือ​ซึ่ง​เป็น​ผู้​ชอบธรรม, เข้าไป​ใน​หุบเขา​แห่ง​อาดัม-ออ​นได-อาห์มัน, และ​ให้​พร​สุดท้าย​ของ​ท่าน​แก่​พวก​เขา​ที่​นั่น.
  ๕๔ และ​พระเจ้า​ทรง​ปรากฏ​ต่อ​พวก​เขา, และ​พวก​เขา​ลุก​ขึ้น​และ​ให้​พรอาดัม, และ​เรียก​ท่าน​ว่า​มีคาเอล, เจ้า​ชาย, เทพาดิเทพ.
  ๕๕ และ​พระเจ้า​ทรง​เกื้อกูล​การ​ปลอบโยน​แก่​อาดัม, และ​ตรัส​กับ​เขา​ว่า: เรา​ตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​หัวหน้า; มากมาย​หลาย​ประชาชาติ​จะ​มา​จาก​เจ้า, และ​เจ้า​คือ​เจ้าชาย​เหนือ​พวก​เขา​ตลอด​กาล.
  ๕๖ และ​อา​ดัมยืน​ขึ้น​ท่ามกลาง​การ​ชุมนุม; และ, ทั้งที่​หลัง​ของ​ท่าน​ค้อม​ลง​ด้วย​ความ​ชรา, โดยที่​เปี่ยม​ด้วย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์, ท่านทำนาย​ถึง​อะไร​ก็ตาม​ที่​จะ​บังเกิด​กับ​ลูก​หลาน​ท่าน​จนถึง​อนุชน​รุ่น​หลัง​สุด.
  ๕๗ สิ่ง​เหล่า​นี้​มี​เขียน​ไว้​ทั้งหมด​ใน​หนังสือ​ของ​เอ​โน​ค, และ​จะ​เป็น​พยาน​ถึง​ใน​เวลา​อัน​สมควร.
  ๕๘ เป็น​หน้าที่​ของ​อัครสาวก​สิบสอง, เช่น​เดียวกัน, ที่​จะแต่งตั้ง​และ​วาง​ระเบียบ​เจ้าหน้าที่​อื่นๆ ทั้งปวง​ของ​ศาสนจักร, ให้​สอดคล้อง​กับ​การ​เปิดเผย​ซึ่ง​กล่าว​ว่า:
  ๕๙ ถึง​ศาสนจักร​ของ​พระ​คริสต์​ใน​แผ่นดิน​แห่ง​ไซ​อัน, นอกเหนือ​จากกฎ​ของ​ศาสนจักร​ที่​เกี่ยว​กับ​กิจ​ธุระ​ของ​ศาสนจักร—
  ๖๐ ตาม​จริง​แล้ว, เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, พระเจ้า​จอม​โยธา​ตรัส, จำเป็น​ต้อง​มี​เอ็ลเด​อร์ผู้ควบคุม​เพื่อ​ควบคุม​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ดำรง​ตำแหน่ง​เอ็ลเดอร์;
  ๖๑ และปุโรหิต​ด้วย​เพื่อ​ควบคุม​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ดำรง​ตำแหน่ง​ปุโรหิต;
  ๖๒ และ​ผู้​สอน​ด้วย​เพื่อควบคุม​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ดำรง​ตำแหน่ง​ผู้​สอน, ใน​ลักษณะ​เดียวกัน, และ​มัคนายก​ด้วย—
  ๖๓ ดังนั้น, จาก​มัคนายก​ถึง​ผู้​สอน, และ​จาก​ผู้​สอน​ถึง​ปุโรหิต, และ​จาก​ปุโรหิต​ถึง​เอ็ลเดอร์, เป็น​ราย​บุคคล​ไป​ดัง​ที่​กำหนด​พวก​เขา​ไว้, ตาม​พัน​ธ​สัญญา​และ​พระ​บัญญัติ​ของ​ศาสนจักร.
  ๖๔ จาก​นั้น​ถึง​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง, ซึ่ง​สำคัญ​ที่สุด​ใน​บรรดา​ตำแหน่ง​ทั้งปวง.
  ๖๕ ดังนั้น, จึง​จำเป็น​ว่า​คน​หนึ่ง​จะ​ทรง​กำหนด​จาก​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง​ให้​ควบคุม​ฐานะ​ปุโรหิต, และ​จะ​เรียก​เขา​ว่า​ประธาน​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง​ของ​ศาสนจักร;
  ๖๖ หรือ, อีก​นัย​หนึ่ง, มหา​ปุโรหิตควบคุม​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง​ของ​ศาสนจักร.
  ๖๗ จาก​คน​คน​นั้น​การ​ปฏิบัติ​ศาสนพิธีและ​พร​มา​ถึง​ศาสนจักร, โดย​การวางมือ.
  ๖๘ ดังนั้น, ตำแหน่ง​อธิการ​จึง​ไม่​เท่าเทียม​กับ​ตำแหน่ง​นั้น; เพราะ​ตำแหน่งอธิการ​อยู่​ใน​การ​ปฏิบัติ​เรื่อง​ฝ่าย​โลก​ทั้งปวง;
  ๖๙ กระนั้น​ก็ตาม อธิการ​ต้อง​ได้​รับ​เลือก​จาก​ฐานะ​ปุโรหิตระดับ​สูง, เว้นแต่​เขา​จะ​เป็น​สายเลือดแท้​ของ​อา​โร​น;
  ๗๐ เพราะ​เว้นแต่​เขา​จะ​เป็น​สายเลือด​แท้​ของ​อา​โร​น เขา​จะ​ถือ​กุญแจ​ทั้งหลาย​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​นั้น​ไม่​ได้.
  ๗๑ กระนั้น​ก็ตาม, มหา​ปุโรหิต, นั่น​คือ, ตาม​ระเบียบ​ของ​เม​ลคีเซ​เด​ค, อาจ​ได้​รับ​การ​วางมือ​มอบ​หน้าที่​เพื่อ​การ​ปฏิบัติ​เรื่อง​ฝ่าย​โลก, โดย​มีค​วาม​รู้​เรื่อง​เหล่า​นั้น​โดย​พระ​วิญญาณ​แห่ง​ความ​จริง;
  ๗๒ และ​เพื่อ​เป็น​ผู้พิพากษา​ใน​อิส​รา​เอลด้วย, เพื่อ​ทำ​กิจ​ธุระ​ของ​ศาสนจักร, เพื่อ​นั่ง​ใน​การ​พิพากษา​คน​ล่วง​ละเมิด​ตาม​ประจักษ์พยาน​ดัง​ที่​จะ​วาง​มัน​ไว้​ต่อหน้า​เขา​ตาม​กฎ, โดย​ความ​ช่วยเหลือ​ของ​ที่​ปรึกษา​ของ​เขา, ผู้​ที่​เขา​เลือก​หรือ​จะ​เลือก​จาก​บรรดา​เอ็ลเด​อร์ของ​ศาสนจักร.
  ๗๓ นี่​เป็น​หน้าที่​ของ​อธิการ​ผู้​มิได้​เป็น​สายเลือด​แท้​ของ​อา​โร​น, แต่​ได้​รับ​แต่งตั้ง​สู่​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง​ตาม​ระเบียบ​ของ​เม​ลคีเซ​เด​ค.
  ๗๔ ดังนั้น​เขา​จะ​เป็น​ผู้​พิพากษา, แม้​ผู้​พิพากษา​ใหญ่​ใน​บรรดา​ผู้​อยู่​อาศัย​ของ​ไซ​อัน, หรือ​ใน​ส​เต​ค​ของ​ไซ​อัน, หรือ​ใน​สาขา​ใด​ของ​ศาสนจักร​ที่​เขา​จะ​ได้​รับ​การ​วางมือ​มอบ​หน้าที่​สู่​การ​ปฏิบัติ​ศาสนกิจ​นี้, จนกว่า​เขตแดน​ของ​ไซ​อัน​จะ​ขยาย​และ​กลาย​เป็นความ​จำเป็น​ที่​ต้อง​มี​อธิการ​หรือ​ผู้​พิพากษา​คน​อื่นๆ ใน​ไซ​อัน​หรือ​ที่​อื่น.
  ๗๕ และ​ตราบเท่า​ที่​มี​การ​กำหนด​อธิการ​คน​อื่นๆ พวก​เขา​จะ​กระทำ​ใน​ตำแหน่ง​เดียวกัน​นั้น.
  ๗๖ แต่​สายเลือด​แท้​ของ​อา​โร​น​มี​สิทธิ์​โดย​ถูก​ต้องตา​มก​ฎ​ใน​การ​เป็น​ประธาน​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​นี้, ในกุญแจ​ทั้งหลาย​ของ​การ​ปฏิบัติ​ศาสนกิจ​นี้, ใน​การก​ระ​ทำ​ใน​ตำแหน่ง​ของ​อธิการ​โดย​อิสระ, โดย​ไม่​ต้อง​มี​ที่​ปรึกษา, เว้นแต่​ใน​กรณี​ที่​ประธาน​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง, ตาม​ระเบียบ​ของ​เม​ลคีเซ​เด​ค, จะ​ถูก​พิจารณา​คดี, ใน​การ​นั่ง​เป็น​ผู้​พิพากษา​ใน​อิส​ราเอล.
  ๗๗ และ​คำ​ตัดสิน​ของ​สภา​ใด​ก็ตาม​ใน​สภา​เหล่า​นี้, จะ​สอดคล้อง​กับ​พระ​บัญญัติ​ซึ่ง​กล่าว​ว่า:
  ๗๘ อนึ่ง, ตาม​จริง​แล้ว, เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, กิจ​ธุระ​สำคัญ​ที่สุด​ของ​ศาสนจักร, และ​เรื่องยาก​ที่สุด​ของ​ศาสนจักร, ตราบเท่า​ที่​ไม่​มีค​วาม​พอใจ​คำ​ตัดสิน​ของ​อธิการ​หรือ​ผู้​พิพากษา, เรื่อง​นั้น​พึง​ส่ง​มอบ​หรือ​นำ​ขึ้น​ไป​ให้​สภา​ของ​ศาสนจักร, ต่อหน้า​ฝ่าย​ประธาน​สูงสุด​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง.
  ๗๙ และ​ฝ่าย​ประธาน​สูง​สุด​ของ​สภา​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง​จะ​มี​อำนาจ​เรียก​มหา​ปุโรหิต​คน​อื่นๆ, แม้​สิบ​สอง​คน, ให้​ช่วยเหลือ​เป็น​ที่​ปรึกษา; และ​ดังนั้น​ฝ่าย​ประธาน​สูง​สุด​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง​และ​ที่​ปรึกษา​ของ​ฝ่าย​ประธาน​นี้​จะ​มี​อำนาจ​ตัดสิน​ตาม​ประจักษ์พยาน​ตาม​กฎ​ของ​ศาสนจักร.
  ๘๐ และ​หลังจาก​คำ​ตัดสิน​นี้ ไม่​พึง​จดจำ​ไว้​ต่อ​พระ​พักตร์​พระเจ้า​อีก; เพราะ​นี่​เป็น​สภา​สูง​สุด​แห่ง​ศาสนจักร​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, และ​เป็นการ​ชี้ขาด​ถึงที่​สุด​เกี่ยว​กับ​ข้อ​ถกเถียง​ใน​เรื่อง​ฝ่าย​วิญญาณ.
  ๘๑ ไม่​มีค​น​ใด​ที่​เป็น​ของ​ศาสนจักร​ผู้​จะ​ได้​รับ​ยกเว้น​จาก​สภา​นี้​ของ​ศาสนจักร.
  ๘๒ และ​ตราบเท่า​ที่​ประธาน​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง​คน​หนึ่ง​จะ​ล่วง​ละเมิด, เขา​จะ​ถูก​จดจำ​ไว้​ต่อหน้า​สภา​ใหญ่​ของ​ศาสนจักร, ผู้​พึง​ได้​รับ​ความ​ช่วยเหลือ​โดยที่​ปรึกษา​สิบ​สอง​คน​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง;
  ๘๓ และ​คำ​ตัดสิน​ของ​คน​เหล่า​นี้​บน​ศีรษะ​เขา​พึง​เป็นการ​ยุติ​ข้อ​ถกเถียง​เกี่ยว​กับ​เขา.
  ๘๔ ด้วย​เหตุ​นี้, จึง​ไม่​มี​ใคร​จะ​ได้​รับ​ยกเว้น​จาก​ความยุติธรรม​และ​กฎ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, เพื่อ​ทุก​สิ่ง​จะ​ทำ​ไป​ตาม​ระเบียบ​และ​ใน​ความ​สำรวม​ต่อ​พระ​พักตร์​พระองค์, ตาม​ความ​จริง​และ​ความชอบ​ธรรม.
  ๘๕ และ​อนึ่ง, ตาม​จริง​แล้ว​เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, หน้าที่​ของ​ประธาน​เหนือ​ตำแหน่งมัคนายก​คือ​ควบคุม​มัคนายก​สิบ​สอง​คน, นั่ง​ใน​สภา​กับ​พวก​เขา, และสอน​หน้าที่​ให้​พวก​เขา, โดย​จรรโลง​ใจ​กัน,ดัง​ที่​ให้​ไว้​ตาม​พัน​ธ​สัญญา.
  ๘๖ และ​หน้าที่​ของ​ประธาน​เหนือ​ตำแหน่ง​ผู้สอน​ด้วย​คือ​ควบคุม​ผู้​สอน​ยี่สิบ​สี่​คน, และ​นั่ง​ใน​สภา​กับ​พวก​เขา, โดย​สอน​หน้าที่​ใน​ตำแหน่ง​ให้​พวก​เขา, ดัง​ที่​ให้​ไว้​ใน​พัน​ธ​สัญญา.
  ๘๗ หน้าที่​ของ​ประธาน​เหนือ​ฐานะ​ปุโรหิต​แห่ง​อา​โร​น​ด้วย​คือ​ควบคุมปุโรหิต​สี่​สิบ​แปด​คน, และ​นั่ง​ใน​สภา​กับ​พวก​เขา, สอน​หน้าที่​ใน​ตำแหน่ง​ให้​พวก​เขา, ดัง​ที่​ให้​ไว้​ใน​พัน​ธ​สัญญา—
  ๘๘ ประธาน​ผู้​นี้​ต้อง​เป็นอธิการ; เพราะ​นี่​เป็น​หน้าที่​อย่าง​หนึ่ง​ของ​ฐานะ​ปุโรหิต​นี้.
  ๘๙ อนึ่ง, หน้าที่​ของ​ประธาน​เหนือ​ตำแหน่ง​เอ็ลเดอร์​คือ​ควบคุม​เอ็ลเด​อร์เก้า​สิบ​หก​คน, และ​นั่ง​ใน​สภา​กับ​พวก​เขา, และ​สอน​พวก​เขา​ตาม​พัน​ธ​สัญญา.
  ๙๐ ฝ่าย​ประธาน​นี้​แตก​ต่าง​จาก​ฝ่าย​ประธาน​ของ​สาวก​เจ็ด​สิบ, และ​กำหนด​ไว้​เพื่อ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ไม่เดินทาง​ไป​ทั่ว​โลก.
  ๙๑ และ​อนึ่ง, หน้าที่​ประธาน​ของ​ตำแหน่ง​ฐานะ​ปุโรหิต​ระดับ​สูง​คือควบคุม​ศาสนจักร​ทั้งหมด, และ​เป็น​เหมือนกับโมเสส
  ๙๒ ดูเถิด, นี่​คือ​ปัญญา; แท้จริง​แล้ว, คือ​การ​เป็น​ผู้หยั่งรู้, ผู้เปิดเผย, ผู้​แปล, และ​ศาสดาพยากรณ์, โดย​มี​ของประทาน​ทั้งปวง​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ซึ่ง​พระองค์​ทรง​ประสาท​แก่​หัวหน้า​ของ​ศาสนจักร.
  ๙๓ และ​เป็น​ไป​ตาม​นิมิต​ที่​แสดง​ให้​เห็น​ระเบียบ​ของ​สาวก​เจ็ดสิบ, ว่า​พวก​เขา​จะ​มี​ประธาน​เจ็ด​คน​ที่​ควบคุม​พวก​เขา, ซึ่ง​เลือก​มา​จาก​จำนวน​เจ็ด​สิบ​คน;
  ๙๔ และ​ประธาน​คน​ที่​เจ็ด​ของ​ประธาน​เหล่า​นี้​พึง​ควบคุม​คน​หก​คน​นั้น;
  ๙๕ และ​ประธาน​เจ็ด​คน​นี้​ต้อง​เลือก​อีก​เจ็ด​สิบ​คนนอก​จาก​เจ็ด​สิบ​คน​แรก​ที่​พวก​เขา​เป็น​ส่วน​หนึ่ง, และ​ต้อง​ควบคุม​คน​เหล่า​นั้น;
  ๙๖ และ​อีก​เจ็ด​สิบ​คน​เช่น​กัน, จน​มี​เจ็ด​สิบ​คูณ​ด้วย​เจ็ด, หาก​งาน​ใน​สวน​องุ่น​เรียก​ร้อง​ด้วย​ความ​จำเป็น.
  ๙๗ และ​เจ็ด​สิบ​คน​นี้​พึง​เป็น​ผู้​ปฏิบัติ​ศาสนกิจสัญจร, ไป​ยัง​คน​ต่าง​ชาติ​ก่อน​และ​ไป​ยัง​ชาว​ยิวด้วย.
  ๙๘ ขณะ​เจ้าหน้าที่​อื่นๆ ของ​ศาสนจักร, ผู้​ไม่​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​อัครสาวก​สิบ​สอง, ทั้ง​สาวก​เจ็ด​สิบ​ก็​ไม่​ใช่, มิได้​อยู่​ภาย​ใต้​ความ​รับผิดชอบ​ที่​จะ​เดินทาง​ไป​ใน​บรรดา​ประชาชาติ​ทั้งปวง, แต่​ต้อง​เดินทาง​ดัง​ที่​สภาวการณ์​ของ​พวก​เขา​จะ​อำนวย, ทั้งๆ ที่​พวก​เขา​อาจ​ดำรง​ตำแหน่ง​สูง​และ​รับผิดชอบ​เทียบเท่า​คน​เหล่า​นั้น​ใน​ศาสนจักร.
  ๙๙ ดังนั้น, บัดนี้​ให้​ทุก​คน​พึง​เรียน​รู้หน้าที่​ของ​ตน, และ​กระทำ​ใน​ตำแหน่ง​ซึ่ง​ตน​ได้​รับ​การ​กำหนด​ไว้, ด้วย​ความ​ขยัน​หมั่นเพียร​จน​สุด​ความ​สามารถ.
  ๑๐๐ คน​ที่เกียจคร้าน​จะ​ไม่​ทรง​นับ​ว่าคู่ควร​จะ​ยืน​อยู่, และ​คน​ที่​หา​เรียน​รู้​หน้าที่​ของ​ตน​ไม่ และ​หา​แสดง​ตน​ให้​เป็น​ที่​พอ​พระทัย​ไม่ จะ​ไม่​ทรง​นับ​ว่า​คู่ควร​จะ​ยืน​อยู่. แม้​เป็น​ดังนั้น. เอ​เมน.