หลักคำสอน
และ
พันธสัญญา
ภาค ๘๕
การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:298–299). ภาคนี้คือบางส่วนจากจดหมายของท่านศาสดาพยากรณ์ถึงดับเบิลยู. ดับเบิลยู. เฟลพ์ส, ผู้อาศัยอยู่ในอินดิเพนเดนซ์, รัฐมิสซูรี. จดหมายฉบับนี้ให้ไว้เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับวิสุทธิชนเหล่านั้นที่ย้ายไปไซอันแต่ไม่ได้รับมรดกของพวกเขาตามระเบียบที่ก่อตั้งไว้ในศาสนจักร.
๑–๕, มรดกทั้งหลายในไซอันต้องได้รับโดยผ่านการอุทิศถวาย; ๖–๑๒, วิสุทธิชนจะรับมอบมรดกของพวกเขาในไซอันจากบุคคลที่มีพละกำลังและแข็งแรงคนหนึ่ง.
๑
เป็นหน้าที่ของพนักงานของพระเจ้า, ผู้ที่พระองค์ทรงกำหนดไว้, ที่จะเขียนประวัติ, และ บันทึกกทั่วไปของศาสนจักรเกี่ยวกับสิ่งทั้งปวงที่เกิดขึ้นในไซอัน, และเกี่ยวกับคนทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นผู้ที่อุทิศ ถวายขทรัพย์สิน, และได้รับมรดกจากอธิการตามกฎ;
๒
และวิถีชีวิตของพวกเขา, ศรัทธาของพวกเขา, และงานด้วย; และเกี่ยวกับผู้ละทิ้งความเชื่อด้วยซึ่งละทิ้งความเชื่อหลังจากได้รับมรดกของพวกเขาแล้ว.
๓
สิ่งนี้ตรงกันข้ามกับพระประสงค์และพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าที่คนเหล่านั้นผู้มิได้รับมรดกของพวกเขาโดยการอุทิศ ถวายก, สอดคล้องกับกฎของพระองค์, ซึ่งพระองค์ประทานไว้, เพื่อพระองค์จะทรงเก็บส่วน สิบขจากผู้คนของพระองค์, เพื่อเตรียมพวกเขาให้พร้อมรับวันแห่งการ แก้แค้นคและเผาไหม้, โดยจะมีชื่อพวกเขาบันทึกไว้กับผู้คนของพระผู้เป็นเจ้า.
๔
ทั้งไม่ให้บันทึกลำดับการสืบเชื้อสายของพวกเขาไว้, หรือไม่ให้มีไว้ ณ ที่ใดที่จะพบได้ในบันทึกหรือประวัติใดของศาสนจักร.
๕
ชื่อพวกเขาจะไม่มีใครพบเห็น, ทั้งชื่อบิดา, และชื่อลูกๆ ว่ามีเขียนไว้ใน หนังสือกแห่งกฎของพระผู้เป็นเจ้า, พระเจ้าจอมโยธาตรัส.
๖
แท้จริงแล้ว, เสียงสงบแผ่ว เบากตรัสไว้ดังนี้, ซึ่งกระซิบผ่านและเสียด แทงขสิ่งทั้งปวง, และบ่อยครั้งทรงทำให้กระดูกข้าพเจ้าสั่นขณะที่ทรงแสดงให้ประจักษ์, โดยตรัสว่า:
๗
และเหตุการณ์จะบังเกิดขึ้นคือเรา, พระเจ้าพระผู้เป็นเจ้า, จะส่งบุคคลที่มีพละกำลังและแข็งแรงคนหนึ่ง, ซึ่งถือคทาแห่งอำนาจในมือเขา, ห่อหุ้มด้วยความสว่างเป็นอาภรณ์, ผู้ที่ปากของเขาจะเอ่ยถ้อยคำ, ถ้อยคำนิรันดร์; ขณะที่อุทรของเขาจะเป็นต้นสายแห่งสัจธรรม, เพื่อวางระเบียบครัวเรือนของพระผู้เป็นเจ้า, และเพื่อจัดการมรดกทั้งหลายโดยจัดสรรเป็นแปลงๆ ให้วิสุทธิชนผู้ที่พบว่าชื่อของพวกเขา, และชื่อบิดาของพวกเขา, และชื่อลูกๆ ของพวกเขา, บันทึกไว้ในหนังสือแห่งกฎของพระผู้เป็นเจ้า;
๘
ในขณะที่ชายผู้นั้น, ผู้ได้รับเรียกจากพระผู้เป็นเจ้าและกำหนดไว้, ผู้ที่ยื่นมือเขาออกไปประคอง หีบกของพระผู้เป็นเจ้ามิให้ตก, จะล้มโดยลูกศรแห่งความตาย, ดังต้นไม้ที่ถูกบั่นด้วยลูกศรแห่งสายฟ้าฟาดอันเจิดจ้า.
๙
และคนทั้งปวงเหล่านั้นที่ไม่พบว่ามีเขียนอยู่ในหนังสือแห่งความทรง จำกจะไม่พบมรดกอันใดเลยในวันนั้น, แต่พวกเขาจะถูกสับเป็นชิ้นๆ, และจะทรงกำหนดส่วนของพวกเขาไว้ในบรรดาพวกที่ไม่เชื่อ, ที่ซึ่งมีการพิลาปรำพันและการ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันข.
๑๐
สิ่งเหล่านี้ข้าพเจ้าหาพูดด้วยตัวข้าพเจ้าเองไม่; ฉะนั้น, ดังที่พระเจ้ารับสั่ง, พระองค์จะทรงทำให้เกิดสัมฤทธิผลด้วย.
๑๑
และคนเหล่านั้นที่เป็นของฐานะปุโรหิตระดับสูง, ซึ่งชื่อพวกเขาไม่พบว่าเขียนไว้ในหนังสือแห่ง กฎก, หรือพบว่าละทิ้งความ เชื่อข, หรือถูก ตัดขาดคจากศาสนจักร, และฐานะปุโรหิตที่ต่ำกว่าด้วย, หรือสมาชิก, ในวันนั้นจะไม่พบมรดกในบรรดาวิสุทธิชนของพระผู้สูงสุด;
๑๒
ฉะนั้น, จะบังเกิดกับพวกเขาดังที่บังเกิดกับลูกหลานของปุโรหิต, ตามที่จะพบว่ามีบันทึกไว้ในบทที่สองและข้อหกสิบเอ็ดและหกสิบสองของเอสรา.
|