พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน  ถัดไป >
หลัก​คำ​สอน
และ
พัน​ธ​สัญญา
ภาค ๘๘
การ​เปิดเผย​ที่​ประทาน​ผ่าน​โจ​เซฟ ส​มิ​ธ ศาสดา​พยากรณ์ ที่​เคิร์ท​แลนด์, รัฐ​โอไฮโอ, วัน​ที่ ๒๗ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:302–312). ท่าน​ศาสดา​พยากรณ์​ระบุ​การ​เปิดเผย​นี้​ว่าเป็น “ใบ​มะกอก...เด็ด​มา​จาก​ต้นไม้​แห่ง​เมือง​บรม​สุข​เกษม, ข่าวสาร​แห่ง​สันติ​สุข​ของ​พระเจ้า​แก่​เรา” (History of the Church, 1:316). จาก​บันทึก​ทาง​ประวัติศาสตร์​สันนิษฐาน​ว่า ส่วน​ต่างๆ ของ​การ​เปิดเผย​นี้​ได้​รับ​เมื่อ​วัน​ที่ ๒๗ และ ๒๘ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๒, และ​วัน​ที่ ๓ มกราคม ค.ศ. ๑๘๓๓.
๑–๕, วิ​สุทธิ​ชน​ที่​ซื่อสัตย์​ได้​รับ​พระ​ผู้​ปลอบโยน​องค์​นั้น, ซึ่ง​เป็น​คำ​สัญญา​ของ​ชีวิตนิรันดร์; ๖–๑๓, แสงสว่าง​ของ​พระ​คริสต์​ควบคุม​และ​ปกครอง​สิ่ง​ทั้งปวง; ๑๔–๑๖, การ​ฟื้น​คืน​ชีวิต​เกิด​ขึ้น​โดย​ผ่าน​การ​ไถ่; ๑๗–๓๑, การ​เชื่อฟัง​กฎ​ซี​เลสเชียล, เทอร์เรส​เต​รี​ยล, หรือ​ที​เลสเชียล เตรียม​มนุษย์​สำหรับ​อาณาจักร​และ​รัศมี​ภาพ​เหล่า​นั้น​ตาม​ลำดับ; ๓๒–๓๕, คน​เหล่า​นั้น​ที่​ประสงค์​จะ​อยู่​ใน​บาป​ก็​ยัง​คง​สกปรก​อยู่; ๓๖–๔๑, อาณาจักร​ทั้งปวง​ปกครอง​ด้วย​กฎ; ๔๒–๔๕, พระผู้เป็นเจ้า​ประทาน​กฎ​สำหรับ​สิ่ง​ทั้งปวง; ๔๖–๕๐, มนุษย์​จะ​เข้าใจ​แม้​พระผู้เป็นเจ้า; ๕๑–๖๑, คำ​อุปมา​เรื่อง​ชาย​ที่​ส่ง​ผู้​รับ​ใช้​ของ​เขา​ไป​ใน​ทุ่ง​และ​เยือน​พวก​เขา​ที​ละ​คน; ๖๒–๗๓, จง​เข้า​ใกล้​พระเจ้า, และ​ท่าน​จะ​เห็น​พระ​พักตร์​พระองค์; ๗๔–๘๐, จง​ชำระ​ตน​ให้​บริสุทธิ์​และ​สอน​หลัก​คำ​สอน​แห่ง​อาณาจักร​ให้​แก่​กัน; ๘๑–๘๕, มนุษย์​ทุก​คน​ที่​ได้​รับ​การ​เตือน​ควร​เตือน​เพื่อนบ้าน​ของ​ตน; ๘๖–๙๔, เครื่องหมาย, ความ​ปั่นป่วน​ของ​บรรดา​ธาตุ​ต่างๆ, และ​เหล่า​เทพ​เตรียม​มรรคา​รับ​การ​เสด็จ​มา​ของ​พระเจ้า; ๙๕–๑๐๒, แตร​ของ​เทพ​เป่า​เรียก​คน​ตาย​ตาม​ลำดับ​ของ​พวก​เขา; ๑๐๓–๑๑๖, แตร​ของ​เทพ​ประกาศ​การ​ฟื้นฟู​พระ​กิตติคุณ, การ​ล่ม​สลาย​ของ​บา​บิ​โลน, และ​การ​รบ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่; ๑๑๗–๑๒๖, จง​แสวง​หา​การ​เรียน​รู้, จง​สถาปนา​พระ​นิเวศน์​ของ​พระผู้เป็นเจ้า (พระ​วิหาร), และ​ห่อ​หุ้ม​ตน​เอง​ด้วย​พันธะ​แห่ง​จิต​กุศล; ๑๒๗–๑๔๑, อธิบาย​ถึง​ระบบ​ของ​โรงเรียน​ศาสดา​พยากรณ์, รวม​ทั้ง​ศาสนพิธีล้าง​เท้า.
  ๑ ตาม​จริง​แล้ว, พระเจ้า​ตรัส​ดังนี้​แก่​เจ้า​ผู้​มา​ร่วม​ชุมนุม​กัน​เพื่อ​รับ​พระ​ประสงค์​ของ​พระองค์​เกี่ยว​กับ​เจ้า:
  ๒ ดูเถิด, นี่​เป็น​ที่​พอ​พระทัย​พระเจ้า​ของ​เจ้า, และ​เทพ​ทั้งหลายชื่นชมยินดี​ใน​ตัว​เจ้า; การ​ทำทาน​แห่ง​การ​สวด​อ้อนวอน​ของ​เจ้า​ขึ้น​มา​ถึง​พระ​กรรณ​ของ​พระเจ้า​แห่ง​ซา​บา​โอ, และ​ได้​รับ​การ​บันทึก​ไว้​ในหนังสือ​ราย​ชื่อ​ของ​ผู้​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​บริสุทธิ์, แม้​คน​เหล่า​นั้น​ของ​โลก​ซี​เลสเชียล.
  ๓ ดังนั้น, บัดนี้​เรา​จึง​ส่ง​พระ​ผู้ปลอบโยน​อีก​องค์​หนึ่ง​มา​ให้​เจ้า, แม้​ให้​เจ้า​เพื่อน​ทั้งหลาย​ของ​เรา, เพื่อ​พระองค์​จะ​สถิต​ใน​ใจ​เจ้า, แม้​พระ​วิญญาณศักดิ์สิทธิ์​แห่ง​คำ​สัญญา; ซึ่ง​พระ​ผู้​ปลอบโยน​อีก​องค์​หนึ่ง​คือ​องค์​นั้น​ที่​เรา​สัญญา​กับ​สานุศิษย์​ของ​เรา​ไว้, ดัง​มี​บันทึก​อยู่​ใน​ประจักษ์พยาน​ของ​ยอ​ห์น.
  ๔ พระ​ผู้​ปลอบโยน​องค์​นี้​คือ​คำ​สัญญา​แห่ง​ชีวิตนิรันดร์​ซึ่ง​เรา​ให้​แก่​เจ้า, แม้​รัศมีภาพ​ของ​อาณาจักร​ซี​เลสเชียล;
  ๕ ซึ่ง​รัศมี​ภาพ​นั้น​คือ​รัศมี​ภาพ​ของ​ศาสนจักร​ของ​พระ​บุตรหัวปี, แม้​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, ผู้ทรง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด​เหนือ​สิ่ง​ทั้งปวง, โดย​ผ่าน​พระ​เยซู​คริสต์ พระ​บุตร​ของ​พระองค์—
  ๖ พระองค์​ผู้​เสด็จ​ขึ้น​สูง, ดัง​ที่​พระองค์​เสด็จลง​ต่ำ​กว่า​สิ่ง​ทั้งปวง​ด้วย, ใน​การ​นั้น​พระองค์​ทรง​เข้าพระทัย​สิ่ง​ทั้งปวง, เพื่อ​พระองค์​จะ​ได้​อยู่​ใน​สิ่ง​ทั้งปวง​และ​ผ่าน​สิ่ง​ทั้งปวง, แสงสว่าง​แห่ง​ความ​จริง;
  ๗ ซึ่ง​ความ​จริง​นี้​ส่อง​สว่าง. นี่​คือแสงสว่าง​ของ​พระ​คริสต์. ดัง​ที่​พระองค์​ทรง​อยู่​ใน​ดวง​อาทิตย์​ด้วย, และ​ทรง​เป็น​แสงสว่าง​ของ​ดวง​อาทิตย์, และ​พลัง​ของ​มัน​ซึ่ง​โดย​พลัง​นั้น​พระผู้เป็นเจ้า​ทรงรังสรรค์​ดวง​อาทิตย์.
  ๘ ดัง​ที่​พระองค์​ทรง​อยู่​ใน​ดวง​จันทร์​ด้วย, และ​ทรง​เป็น​แสงสว่าง​ของ​ดวง​จันทร์, และ​พลัง​ของ​มัน​ซึ่ง​โดย​พลัง​นั้น​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​รังสรรค์​ดวง​จันทร์;
  ๙ ดัง​แสงสว่าง​ของ​ดวง​ดาว​ด้วย, และ​พลัง​ของ​มัน​ซึ่ง​โดย​พลัง​นั้น​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​รังสรรค์​ดวง​ดาว;
  ๑๐ และ​แผ่นดิน​โลก​ด้วย, และ​พลัง​ของ​มัน, แม้​แผ่นดิน​โลก​ซึ่ง​บน​นั้น​เจ้า​ยืนอยู่.
  ๑๑ และ​แสงสว่าง​ซึ่ง​ฉาย​ส่อง, ซึ่ง​ให้​ความ​สว่าง​เจ้า, มา​โดย​ผ่าน​พระองค์​ผู้ทำให้​ดวงตา​ของ​เจ้า​สว่าง, ซึ่ง​เป็นความ​สว่าง​เดียวกัน​ที่​ชุบชีวิต​ให้​แก่​ความเข้าใจ​ของ​เจ้า;
  ๑๒ ซึ่งแสงสว่าง​นั้น​ฉาย​ส่อง​ออก​มา​จาก​ที่​ประทับ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​เพื่อ​เติมเต็ม​ความ​กว้างใหญ่​ไพศาล​ของ​ที่​ว่าง—
  ๑๓ แสงสว่าง​ซึ่ง​อยู่​ใน​สิ่งทั้งปวง, ซึ่ง​ให้ชีวิต​แก่​สิ่ง​ทั้งปวง, ซึ่ง​เป็นกฎ​ที่​โดย​กฎ​นั้น​สิ่ง​ทั้งปวง​ถูก​ปกครอง, แม้​เด​ชานุ​ภาพ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ผู้​ประทับ​อยู่​บน​พระราช​บัลลังก์​ของ​พระองค์, ผู้​ประทับ​อยู่​ใน​อ้อมอก​ของ​นิรันดร, ผู้​ประทับ​อยู่​ท่ามกลาง​สิ่ง​ทั้งปวง.
  ๑๔ บัดนี้, ตาม​จริง​แล้ว​เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, ว่า​โดย​ผ่าน​การไถ่​ซึ่ง​กระทำ​ไว้​เพื่อ​เจ้า ทำให้​เกิด​การ​ฟื้น​คืน​ชีวิต​จาก​บรรดา​คน​ตาย.
  ๑๕ และวิญญาณ​กับร่างกาย​เป็น​จิตวิญญาณ​ของ​มนุษย์.
  ๑๖ และ​การ​ฟื้น​คืนชีวิต​จาก​บรรดา​คน​ตาย​คือ​การ​ไถ่​จิต​วิญญาณ.
  ๑๗ และ​การ​ไถ่​จิต​วิญญาณ​เกิด​ขึ้น​โดย​ผ่าน​พระองค์​ผู้ทรง​ชุบชีวิต​ให้​สิ่ง​ทั้งปวง, ซึ่ง​ใน​พระ​อุระ​ของ​พระองค์​ประกาศิต​ว่า​คนจน​และ​คนอ่อนโยน​ของ​แผ่นดินโลก​จะ​สืบ​ทอด​แผ่นดิน​โลก​เป็น​มรดก.
  ๑๘ ฉะนั้น, จึง​จำเป็น​ต้อง​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​บริสุทธิ์​จาก​ความ​ไม่​ชอบธรรม​ทั้งมวล, เพื่อ​จะ​พร้อม​รับ​รัศมี​ภาพ​ซีเลสเชียล;
  ๑๙ เพราะ​หลังจาก​ทำให้​จุด​ประสงค์​ของ​การ​สร้าง​เกิดสัมฤทธิผลแล้ว, ก็​จะ​ได้​รับ​การ​สวม​มงกุฎ​ด้วย​รัศมีภาพ, แม้​ด้วย​พระ​สิริ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​พระ​บิดา;
  ๒๐ เพื่อ​ร่างกาย​ผู้​เป็น​ของ​อาณาจักร​ซี​เลสเชียลจะครอบครอง​ตลอด​กาล​และ​ตลอด​ไป; เพราะ, เพื่อเจตนา​นี้​จึง​รังสรรค์​และ​สร้าง​ขึ้น​มา, และ​เพื่อ​เจตนา​นี้​พวก​เขา​จึง​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้บริสุทธิ์.
  ๒๑ และ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ไม่​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​บริสุทธิ์​โดย​ผ่าน​กฎ​ซึ่ง​เรา​ให้​แก่​เจ้า, แม้​กฎ​ของ​พระ​คริสต์, ต้อง​สืบ​ทอด​อาณาจักร​อื่น​เป็น​มรดก, แม้​อาณาจักร​ซึ่ง​เป็น​อาณาจักร​เทอร์เรส​เต​รี​ยล, หรือ​อาณาจักร​ซึ่ง​เป็น​อาณาจักร​ที​เลสเชียล.
  ๒๒ เพราะ​คน​ที่​ไม่​สามารถ​ปฏิบัติ​ตามกฎ​ของ​อาณาจักร​ซี​เลสเชีย​ลก็ทน​รัศมี​ภาพ​ซี​เลสเชียลไม่ได้.
  ๒๓ และ​คน​ที่​ปฏิบัติ​ตาม​กฎ​ของ​อาณาจักร​เทอร์เรส​เต​รี​ยล​ไม่​ได้​ก็​ทน​รัศมี​ภาพ​เทอร์เรส​เต​รียล​ไม่​ได้.
  ๒๔ และ​คน​ที่​ปฏิบัติ​ตาม​กฎ​ของ​อาณาจักร​ที​เลสเชีย​ลไม่ได้ก็ทน​รัศมี​ภาพ​ทีเลสเชียล​ไม่ได้; ฉะนั้น​เขา​จึง​ไม่​คู่ควร​กับ​อาณาจักร​แห่ง​รัศมี​ภาพ. ฉะนั้น​เขา​ต้อง​ทน​กับ​อาณาจักร​ซึ่ง​มิ​ใช่​อาณาจักร​แห่ง​รัศมี​ภาพ.
  ๒๕ และ​อนึ่ง, ตาม​จริง​แล้ว​เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, แผ่นดินโลก​ปฏิบัติ​ตาม​กฎ​ของ​อาณาจักร​ซี​เลสเชียล, เพราะ​ทำให้​จุด​ประสงค์​ของ​การ​สร้าง​เกิดสัมฤทธิผล, และ​หา​ละเมิด​กฎ​ไม่—
  ๒๖ ดังนั้น, จึง​จะ​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้บริสุทธิ์; แท้จริง​แล้ว, แม้​ว่า​มัน​จะตาย, ก็​จะ​ถูก​ชุบชีวิต​อีก​ครั้ง, และ​จะ​ทน​รับ​เด​ชานุ​ภาพ​นั้น​ได้​ซึ่ง​โดย​เด​ชานุ​ภาพ​นั้น​มัน​ได้​รับ​การ​ชุบชีวิต, และ​คนชอบธรรม​จะ​สืบทอด​สิ่ง​นี้​เป็น​มรดก.
  ๒๗ เพราะ​แม้​ว่า​พวก​เขา​ตาย, พวก​เขา​จะ​ลุกขึ้น​อีก​ครั้ง​เช่น​กัน, ร่างกาย​ฝ่ายวิญญาณ.
  ๒๘ คน​เหล่า​นั้น​ที่​มี​วิญญาณ​ซี​เลสเชีย​ลจะได้​รับ​ร่างกาย​เดียวกัน​ซึ่ง​เคย​เป็น​ร่างกาย​ฝ่าย​ธรรมชาติ; แม้​เจ้า​ก็​จะ​ได้​รับ​ร่างกาย​ของ​เจ้า, และ​รัศมีภาพ​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​รัศมี​ภาพ​นั้น​ซึ่ง​โดย​รัศมี​ภาพ​นั้น​ร่างกาย​เจ้า​ได้​รับ​การชุบชีวิต.
  ๒๙ เจ้า​ผู้​ได้​รับ​การ​ชุบชีวิต​โดย​ส่วน​หนึ่ง​ของ​รัศมีภาพ​ซี​เลสเชียล เมื่อนั้น​จะ​ได้​รับ​อย่าง​เดียวกัน, แม้​ความ​สมบูรณ์.
  ๓๐ และ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ได้​รับ​การ​ชุบชีวิต​โดย​ส่วน​หนึ่ง​ของ​รัศมี​ภาพ​เทอร์เรส​เต​รี​ยล เมื่อนั้น​จะ​ได้​รับ​อย่าง​เดียวกัน, แม้​ความ​สมบูรณ์.
  ๓๑ และ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ได้​รับ​การ​ชุบชีวิต​โดย​ส่วน​หนึ่ง​ของ​รัศมี​ภาพ​ทีเลสเชียล​ด้วย เมื่อนั้น​จะ​ได้​รับ​อย่าง​เดียวกัน, แม้​ความ​สมบูรณ์.
  ๓๒ และ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​เหลือ​อยู่​จะ​ได้​รับ​การชุบชีวิต​ด้วย; กระนั้น​ก็ตาม, พวก​เขา​จะ​กลับ​มาส​ถาน​ที่​เดิม​ของ​พวก​เขา​เอง​อีก​ครั้ง, เพื่อ​ยินดี​กับ​สิ่ง​ซึ่ง​พวก​เขาเต็มใจ​จะ​รับ, เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้​เต็มใจ​จะ​ยินดี​กับ​สิ่ง​ซึ่ง​พวก​เขา​มี​โอกาส​ได้​รับ.
  ๓๓ เพราะ​มนุษย์​จะ​ได้​ประโยชน์​อะไร​เล่า​หาก​ของ​ประทาน​ประสาท​ให้​แก่​เขา, และ​เขา​หา​รับ​ของ​ประทาน​นั้น​ไม่ ? ดูเถิด, เขา​หา​ชื่นชมยินดี​ไม่​ใน​สิ่ง​ซึ่ง​ให้​แก่​เขา, ทั้ง​ไม่​ชื่นชมยินดี​ใน​ผู้​ที่​เป็น​คน​ให้​ของ​ประทาน​นั้น.
  ๓๔ และ​อนึ่ง, ตาม​จริง​แล้ว​เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, ว่า​สิ่ง​ซึ่ง​ปกครอง​โดย​กฎ​ก็ได้​รับ​การ​ปกปักรักษา​โดย​กฎ​ด้วย​และ​ทำให้​ดี​พร้อม​และ​ชำระ​ให้บริสุทธิ์​โดย​กฎ​เดียวกัน​นั้น.
  ๓๕ สิ่ง​ซึ่งฝ่าฝืน​กฎ, และ​หา​ปฏิบัติ​ตาม​กฎ​ไม่, แต่​หมายมั่น​จะ​เป็น​กฎ​สำหรับ​ตน​เอง, และ​เต็มใจ​อยู่​ใน​บาป, และ​ทั้งหมด​อยู่​ใน​บาป, จะ​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​บริสุทธิ์​โดย​กฎ​ไม่​ได้, ทั้ง​โดย​ความเมตตา​ก็​ไม่​ได้, ทั้ง​โดย​ความยุติธรรม, หรือ​การ​พิพากษา​ก็​ไม่​ได้. ฉะนั้น, พวก​เขา​ยัง​ต้องสกปรก​อยู่.
  ๓๖ อาณาจักร​ทั้งปวง​มี​กฎ​ให้​ไว้;
  ๓๗ และ​มี​หลายอาณาจักร; เพราะ​ไม่​มี​ที่​ว่าง ซึ่ง​ใน​นั้น​ไม่​มี​อาณาจักร; และ​ไม่​มี​อาณาจักร​ซึ่ง​ใน​นั้น ไม่​มี​ที่​ว่าง, ไม่​ว่า​อาณาจักร​สูงส่ง​กว่า​หรือ​ต่ำต้อย​กว่า.
  ๓๘ และ​แก่​ทุก​อาณาจักร​มีกฎ​ให้​ไว้; และ​แก่​ทุก​กฎ​มี​ขอบเขต​บาง​ประการ​ด้วย​และ​เงื่อนไข.
  ๓๙ สัต​ภาวะ​ทั้งปวง​ที่​ไม่​ปฏิบัติ​ตามเงื่อนไข​เหล่า​นั้น​มิได้​พ้นผิด.
  ๔๐ เพราะ​ความ​รู้แจ้ง​แนบ​สนิท​กับ​ความ​รู้​แจ้ง; ปัญญา​ยอม​รับ​ปัญญา; ความจริง​น้อม​รับ​ความ​จริง; คุณธรรม​รัก​คุณธรรม; ความสว่าง​แนบ​สนิท​กับ​ความ​สว่าง; ความ​เมตตา​มีค​วามสงสาร​ต่อ​ความ​เมตตา​และ​อ้าง​สิทธิ์​ใน​คน​ของ​นาง​เอง; ความ​ยุติธรรม​ดำเนิน​ต่อ​ไป​ตาม​วิถี​ของ​มัน​และ​อ้าง​สิทธิ์​ใน​คน​ของ​มัน​เอง; การ​พิพากษา​ดำเนิน​ไป​ต่อ​พระ​พักตร์​พระองค์​ผู้​ประทับ​บน​พระราช​บัลลังก์​และ​ทรง​ปกครอง​และ​ทรง​ดำเนิน​การ​สิ่ง​ทั้งปวง.
  ๔๑ พระองค์​เข้าพระทัย​สิ่ง​ทั้งปวง, และ​สิ่ง​ทั้งปวง​อยู่​ต่อ​พระ​พักตร์​พระองค์, และ​สิ่ง​ทั้งปวง​อยู่​ราย​รอบ​พระองค์; และ​พระองค์​ทรง​อยู่​เหนือ​สิ่ง​ทั้งปวง, และ​ใน​สิ่ง​ทั้งปวง, ทรง​ผ่าน​ทะลุ​สิ่ง​ทั้งปวง, และ​ทรง​อยู่​ราย​รอบ​สิ่ง​ทั้งปวง; และ​สิ่ง​ทั้งปวง​ดำรง​อยู่​โดย​พระองค์, และ​มา​จาก​พระองค์, แม้​พระผู้เป็นเจ้า, ตลอด​กาล​และ​ตลอด​ไป.
  ๔๒ และ​อนึ่ง, ตาม​จริง​แล้ว เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, พระองค์​ประทาน​กฎ​ไว้​แก่​สิ่ง​ทั้งปวง, ซึ่ง​โดย​กฎ​นั้น​สิ่ง​เหล่า​นี้​เคลื่อนไหว​ในเวลา​ของ​มัน​และ​ฤดูกาล​ของ​มัน;
  ๔๓ และ​วิถี​ของ​สิ่ง​เหล่า​นี้​กำหนด​ไว้​แน่นอน, แม้​วิถี​ของ​ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่นดิน​โลก, ซึ่ง​รวม​ถึง​แผ่นดิน​โลก​และ​ดาว​พระเคราะห์​ทั้งหมด.
  ๔๔ และ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ให้​ความสว่าง​แก่​กัน​ใน​เวลา​ของ​มัน​และ​ใน​ฤดูกาล​ของ​มัน, ใน​นาที​ของ​มัน, ใน​โมง​ของ​มัน, ใน​วัน​ของ​มัน, ใน​สัปดาห์​ของ​มัน, ใน​เดือน​ของ​มัน, ใน​ปี​ของ​มัน—สิ่ง​ทั้งหลาย​ทั้งปวง​เหล่า​นี้​คือ​หนึ่งปี​สำหรับ​พระผู้เป็นเจ้า, แต่​มิ​ใช่​สำหรับ​มนุษย์.
  ๔๕ แผ่นดิน​โลก​หมุน​ไป​บน​ปีก​ของ​นาง, และ​ดวงอาทิตย์​ให้​ความ​สว่าง​ของ​เขา​ใน​เวลา​กลางวัน, และ​ดวง​จันทร์​ให้​ความ​สว่าง​ของ​นางใน​เวลา​กลางคืน, และ​ดวง​ดาว​ให้​ความ​สว่าง​ของ​พวก​เขา​ด้วย, เมื่อ​พวก​เขา​หมุน​ไป​บน​ปีก​ของ​ตน​ใน​รัศมี​ภาพ​ของ​ตน, ท่ามกลาง​เด​ชานุภาพ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า.
  ๔๖ เรา​จะ​เปรียบ​อาณาจักร​เหล่า​นี้​กับ​สิ่ง​ใด​เล่า, เพื่อ​เจ้า​จะ​เข้าใจ ?
  ๔๗ ดูเถิด, สิ่ง​ทั้งหลาย​ทั้งปวง​เหล่า​นี้​เป็น​อาณาจักร, และ​มนุษย์​คน​ใด​ที่​เห็น​ส่วน​ใด​หรือ​ส่วน​ที่​น้อย​ที่สุด​ของ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ก็เห็น​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​เคลื่อนไหว​ใน​พระ​บารมี​และ​เด​ชานุ​ภาพ​ของ​พระองค์.
  ๔๘ เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, เขา​เห็น​พระองค์; กระนั้น​ก็ตาม, พระองค์​ผู้​เสด็จ​มา​หาคน​ของ​พระองค์​มิได้​เป็น​ที่​ยอม​รับ.
  ๔๙ แสงสว่าง​ส่อง​ใน​ความ​มืด, และ​ความ​มืด​หา​เข้าใจ​ไม่; กระนั้น​ก็ตาม, วัน​นั้น​จะ​มา​ถึง​เมื่อ​เจ้า​จะเข้าใจ​แม้​พระผู้เป็นเจ้า, โดย​ได้​รับ​การ​ชุบชีวิต​ผ่าน​พระองค์​และ​โดย​พระองค์.
  ๕๐ เมื่อนั้น​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เจ้า​เคย​เห็น​เรา, ว่า​เรา​ดำรง​อยู่, และ​ว่า​เรา​คือ​ความ​สว่าง​ที่แท้​จริง​ซึ่ง​อยู่​ใน​เจ้า, และ​ว่า​เจ้า​อยู่​ใน​เรา; มิ​ฉะนั้น​เจ้า​จะ​รุ่งเรือง​ไม่​ได้.
  ๕๑ ดูเถิด, เรา​จะ​เปรียบ​อาณาจักร​เหล่า​นี้​กับ​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​มี​ทุ่ง, และ​เขา​ส่ง​บรรดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​เขา​ออก​ไป​ใน​ทุ่ง​เพื่อ​ขุด​ดิน​ใน​ทุ่ง.
  ๕๒ และ​เขา​กล่าว​แก่​คน​แรก: เจ้า​จง​ไป​ทำ​งาน​ใน​ทุ่ง, และ​ใน​โมง​แรก​เรา​จะ​มา​หา​เจ้า, และ​เจ้า​จะ​เห็น​ปีติ​แห่ง​สีหน้า​เรา.
  ๕๓ และ​เขา​กล่าว​แก่​คน​ที่​สอง: เจ้า​จง​ไป​ใน​ทุ่ง​ด้วย, และ​ใน​โมง​ที่​สอง​เรา​จะ​มา​เยือน​เจ้า​ด้วย​ปีติ​แห่ง​สีหน้า​เรา.
  ๕๔ และ​แก่​คน​ที่​สาม​ด้วย, โดย​กล่าว​ว่า: เรา​จะ​มา​เยือน​เจ้า;
  ๕๕ และ​แก่​คน​ที่​สี่, และ​ต่อๆ ไป​จนถึง​คน​ที่​สิบ​สอง.
  ๕๖ และ​นาย​ของ​ทุ่ง​ไป​หา​คน​แรก​ใน​โมง​แรก, และ​ยัง​อยู่​กับ​เขา​ตลอด​ทั้ง​โมง​นั้น, และ​เขา​ได้​รับ​ความ​ยินดี​ด้วย​ความ​สว่าง​แห่ง​สีหน้า​ของ​นาย​เขา.
  ๕๗ และ​จาก​นั้น​เขา​จึง​ไป​จาก​คน​แรก​เพื่อ​เขา​จะ​ได้​มา​เยือน​คน​ที่​สอง​ด้วย, และ​คน​ที่​สาม, และ​คน​ที่​สี่, และ​ต่อๆ ไป​จนถึง​คน​ที่​สิบ​สอง.
  ๕๘ และ​ดังนั้น คน​เหล่า​นั้นทั้ง​ปวง​จึง​ได้​รับ​ความ​สว่าง​แห่ง​สีหน้า​ของ​นาย​พวก​เขา, ทุก​คนใน​โมง​ของ​เขา, และ​ใน​เวลา​ของ​เขา, และ​ใน​ฤดูกาล​ของ​เขา—
  ๕๙ โดย​เริ่ม​ที่​คน​แรก, และ​ต่อๆ ไป​จนถึง​คนสุดท้าย, และ​จาก​คน​สุดท้าย​จนถึง​คน​แรก, และ​จาก​คน​แรก​จนถึง​คน​สุดท้าย;
  ๖๐ ทุก​คน​ตาม​ลำดับ​ของ​เขา​เอง, จน​โมง​ของ​เขา​สิ้นสุด, แม้​ตาม​ที่​นาย​ของ​เขา​บัญชา​เขา​ไว้, เพื่อ​นาย​ของ​เขา​จะ​ได้​มี​บารมี​โดย​ผ่าน​เขา, และ​เขา​โดย​ผ่าน​นาย​ของ​เขา, เพื่อ​คน​เหล่า​นั้นทั้ง​ปวง​จะ​ได้​มี​บารมี.
  ๖๑ ฉะนั้น, เรา​จะ​เปรียบ​อาณาจักร​ทั้งหลาย​ทั้งปวง​เหล่า​นี้​กับ​คำ​อุปมา​เรื่อง​นี้, และ​ผู้​อยู่อาศัย​ใน​นั้น—ทุก​อาณาจักร​ใน​โมง​ของ​มัน, และ​ใน​เวลา​ของ​มัน, และ​ใน​ฤดูกาล​ของ​มัน, แม้​ตาม​ประกาศิต​ซึ่ง​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​กำหนด​ไว้.
  ๖๒ และ​อนึ่ง, ตาม​จริง​แล้ว​เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, เพื่อน​ของ​เรา, เรา​ฝาก​คำ​กล่าว​เหล่า​นี้​ไว้​กับ​เจ้า​ให้ไตร่ตรอง​ใน​ใจ​เจ้า, ด้วย​บัญญัติ​นี้​ซึ่ง​เรา​ให้​แก่​เจ้า, ว่า​เจ้า​จะ​เรียกหา​เรา​เมื่อ​เรา​อยู่​ใกล้—
  ๖๓ จง​เข้า​มา​อยู่ใกล้​เรา​และ​เรา​จะ​เข้า​มา​อยู่​ใกล้​เจ้า; จง​แสวงหา​เรา​อย่าง​ขยัน​หมั่น​เพียร​และ​เจ้า​จะ​ได้พบ​เรา; ขอ, และ​เจ้า​จะ​ได้​รับ; เคาะ, และ​จะ​เปิด​มัน​ให้​เจ้า.
  ๖๔ สิ่ง​ใด​ก็ตาม​ที่​เจ้า​ทูลขอ​พระ​บิดา​ใน​นาม​ของ​เรา จะ​ให้​แก่​เจ้า, ที่สมควร​สำหรับ​เจ้า;
  ๖๕ และ​หาก​เจ้า​ทูล​ขอ​สิ่ง​ใด​ที่​ไม่บังควร​สำหรับ​เจ้า, สิ่ง​นั้น​จะ​กลับกลาย​เป็นการกล่าวโทษ​ของ​เจ้า.
  ๖๖ ดูเถิด, สิ่ง​ที่​เจ้า​ได้ยิน​เป็น​ดังเสียง​ของ​คน​ป่าวร้อง​อยู่​ใน​แดน​ทุรกันดาร—ใน​แดน​ทุรกันดาร, เพราะ​เจ้า​จะ​เห็น​เขา​ไม่​ได้—เสียง​ของ​เรา, เพราะ​เสียง​ของ​เรา​คือ​พระวิญญาณ; พระ​วิญญาณ​ของ​เรา​คือ​ความ​จริง; ความจริง​ยัง​คง​อยู่​และ​ไม่​มี​ที่​สิ้นสุด; และ​หาก​สิ่ง​นั้น​อยู่​กับ​เจ้า​สิ่ง​นั้น​จะ​ท่วมท้น.
  ๖๗ และ​หาก​ดวงตา​ของ​เจ้าเห็นแก่​รัศมีภาพ​ของ​เรา​อย่าง​เดียว, ทั่ว​ร่าง​ของ​เจ้า​จะ​เต็ม​ไป​ด้วย​แสงสว่าง, และ​จะ​ไม่​มีค​วาม​มืด​ใน​เจ้า; และ​ร่าง​นั้น​ซึ่ง​เต็ม​ไป​ด้วย​แสงสว่างเข้าใจ​สิ่ง​ทั้งปวง.
  ๖๘ ฉะนั้น, จง​ชำระ​ตน​เอง​ให้บริสุทธิ์​เพื่อให้​ความคิด​ของ​เจ้า​เห็นแก่​พระผู้เป็นเจ้า​อย่าง​เดียว, และ​วัน​เวลา​จะ​มา​ถึง​เมื่อ​เจ้า​จะเห็น​พระองค์; เพราะ​พระองค์​จะ​ทรง​เปิด​ผ้า​คลุม​พระ​พักตร์​พระองค์​แก่​เจ้า, และ​จะ​เป็น​ใน​เวลา​ของ​พระองค์​เอง, และ​ใน​วิธีการ​ของ​พระองค์​เอง, และ​ตาม​พระ​ประสงค์​ของ​พระองค์​เอง.
  ๖๙ จง​ระลึก​ถึง​สัญญา​สุดท้าย​และ​สำคัญ​ยิ่ง​ซึ่ง​เรา​ทำ​ไว้​กับ​เจ้า; จง​สลัด​ความ​นึกคิด​ไร้สาระ​ของ​เจ้า​และ​การสรวลเสเฮฮา​ที่มา​ก​เกินไป​ของ​เจ้า​ให้​ไกล​จาก​เจ้า.
  ๗๐ เจ้า​จง​คอย​อยู่, เจ้า​จง​คอย​อยู่​ใน​สถาน​ที่​แห่ง​นี้, และ​จง​เรียก​ให้​มี​การ​ชุมนุม​ศักดิ์สิทธิ์, แม้​การ​ชุมนุม​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​เป็น​คน​งาน​พวก​แรก​ใน​อาณาจักร​สุดท้าย​นี้.
  ๗๑ และ​ให้​คน​เหล่า​นั้น​ที่​พวก​เขาเตือน​ใน​การ​เดินทาง​ของ​พวก​เขา​เรียก​หา​พระเจ้า, และ​ไตร่ตรอง​ถึง​การ​เตือน​ใน​ใจ​พวก​เขา​ซึ่ง​พวก​เขา​ได้​รับ, ชั่ว​ระยะ​เวลา​ไม่​นาน.
  ๗๒ ดูเถิด, และ​ดู​สิ, เรา​จะ​ดูแล​ฝูง​แกะ​ของ​เจ้า, และ​จะ​ยก​เอ็ลเด​อร์ขึ้น​และ​ส่ง​ไป​ให้​พวก​เขา.
  ๗๓ ดูเถิด, เรา​จะ​เร่ง​งาน​ของ​เรา​เมื่อ​ถึง​เวลา.
  ๗๔ และ​เรา​ให้​แก่​เจ้า, ผู้​เป็น​คนงาน​พวก​แรก​ใน​อาณาจักร​สุดท้าย​นี้, บัญญัติ​ข้อ​หนึ่ง​ว่า​เจ้า​จง​ร่วม​ชุมนุม​กัน, และ​วาง​ระเบียบ​ตน​เอง, และ​เตรียมตัว, และ​ชำระ​ตน​เอง​ให้บริสุทธิ์; แท้จริง​แล้ว, ทำให้​ใจ​ของ​เจ้า​บริสุทธิ์, และชำระ​มือ​เจ้า​และ​เท้า​เจ้า​ให้​สะอาด​ต่อหน้า​เรา, เพื่อ​เรา​จะ​ทำให้​เจ้าสะอาด;
  ๗๕ เพื่อ​เรา​จะ​เป็น​พยาน​ต่อ​พระบิดา​ของ​เจ้า, และ​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เจ้า, และ​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา, ว่า​เจ้า​สะอาด​จาก​เลือด​ของ​คน​รุ่น​ที่​ชั่ว​ร้าย​นี้; เพื่อ​เรา​จะ​ทำให้​สัญญา​นี้​เกิดสัมฤทธิผล, สัญญา​สุดท้าย​และ​สำคัญ​ยิ่ง​นี้, ซึ่ง​เรา​ทำ​ไว้​กับ​เจ้า, เมื่อ​เรา​ประสงค์.
  ๗๖ นอกจาก​นี้, เรา​ให้​บัญญัติ​ข้อ​หนึ่ง​แก่​เจ้า​ว่า​เจ้า​จะ​สวด​อ้อนวอน​และ​อดอาหาร​ต่อ​ไป​นับ​แต่​เวลา​นี้.
  ๗๗ และ​เรา​ให้​บัญญัติ​ข้อ​หนึ่ง​แก่​เจ้า​ว่า​เจ้า​จะสอน​หลัก​คำสอน​ของ​อาณาจักร​ให้​กัน.
  ๗๘ เจ้า​จง​สอน​อย่าง​ขยัน​หมั่น​เพียร​และ​พระคุณ​ของ​เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า, เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​รับ​การแนะนำ​อย่าง​สมบูรณ์​ยิ่ง​ขึ้น​ใน​ทฤษฎี, ใน​หลัก​ธรรม, ใน​หลัก​คำ​สอน, ใน​กฎ​แห่ง​พระ​กิตติคุณ, ใน​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกี่ยวข้อง​กับ​อาณาจักร​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, อันเป็น​การ​สมควร​ที่​เจ้า​จะ​เข้าใจ;
  ๗๙ เกี่ยว​กับ​สิ่ง​ต่างๆ ทั้ง​ใน​ฟ้าสวรรค์​และ​ใน​แผ่นดิน​โลก, และ​ใต้​แผ่นดิน​โลก; สิ่ง​ที่​เป็น​มา, สิ่ง​ที่​เป็น​อยู่, สิ่ง​ที่​ต้อง​บังเกิด​ใน​ไม่​ช้า; สิ่ง​ซึ่ง​อยู่​ที่​บ้าน, สิ่ง​ซึ่ง​อยู่​ต่างแดน; สงคราม​และ​ความ​ยุ่งเหยิง​ของ​ประชาชาติ​ทั้งหลาย, และ​การ​พิพากษา​ซึ่ง​มี​อยู่​บน​แผ่นดิน; และ​ความ​รู้​เรื่อง​ประเทศ​ต่างๆ และ​เรื่อง​อาณาจักร​ต่างๆ ด้วย—
  ๘๐ เพื่อ​เจ้า​จะ​พร้อม​ใน​สิ่ง​ทั้งปวง​เมื่อ​เรา​จะ​ส่ง​เจ้า​ไป​อีก​เพื่อ​ขยาย​การ​เรียก​ซึ่ง​ใน​การ​เรียก​นั้น​เรา​เรียก​เจ้า, และ​พัน​ธ​กิจ​นั้น​ซึ่ง​เรา​มอบหมาย​เจ้า.
  ๘๑ ดูเถิด, เรา​ส่ง​เจ้า​ออก​ไป​เป็นพยาน​และ​เตือน​ผู้คน, และ​จำเป็น​ที่​ทุก​คน​ซึ่ง​ได้​รับ​การ​เตือน​จะเตือน​เพื่อนบ้าน​ของ​ตน.
  ๘๒ ฉะนั้น, พวก​เขา​จึง​ตก​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​ไม่​มี​ข้ออ้าง, และ​บาป​ของ​พวก​เขา​อยู่​บน​ศีรษะ​ของ​พวก​เขา​เอง.
  ๘๓ คน​ที่​แสวงหา​เรา​แต่แรก​จะ​พบ​เรา, และ​จะ​ไม่​ถูก​ทอดทิ้ง.
  ๘๔ ฉะนั้น, เจ้า​จง​ยัง​อยู่​ที่​นั่น, และ​ทำ​งาน​อย่าง​ขยัน​หมั่น​เพียร, เพื่อ​เจ้า​จะ​ดี​พร้อม​ใน​การ​ปฏิบัติ​ศาสนกิจ​ของ​เจ้าที่​จะ​ออก​ไป​ใน​บรรดา​คน​ต่างชาติ​เป็น​ครั้ง​สุดท้าย, มาก​เท่า​ที่​พระ​โอษฐ์​ของ​พระเจ้า​จะ​ทรง​เอ่ย​ชื่อ, ที่​จะผูกมัด​กฎ​และ​ผนึก​ประจักษ์พยาน, และ​เตรียม​วิ​สุทธิ​ชน​ไว้​รับ​โมง​แห่ง​การ​พิพากษา​ซึ่ง​จะ​มา​ถึง;
  ๘๕ เพื่อ​จิต​วิญญาณ​พวก​เขา​จะ​หนี​พ้น​พระ​พิโรธ​ของพระผู้เป็นเจ้า, หายนะ​แห่ง​ความ​น่า​ชิงชัง​ซึ่ง​รอ​คอย​คน​ชั่ว​ร้าย, ทั้ง​ใน​โลก​นี้​และ​ใน​โลก​ที่​จะ​มา​ถึง. ตาม​จริง​แล้ว, เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, ให้​คน​เหล่า​นั้น​ผู้​ที่​มิ​ใช่​เอ็ลเด​อร์พวก​แรก​ดำเนิน​ต่อ​ไป​ใน​สวน​องุ่น​จนกว่า​พระ​โอษฐ์​ของ​พระเจ้า​จะ​ทรงเรียก​พวก​เขา, เพราะ​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา​ของ​พวก​เขา; อาภรณ์​ของ​พวก​เขา​ไม่สะอาด​จาก​เลือด​ของ​คน​รุ่น​นี้.
  ๘๖ เจ้า​จง​ดำรง​อยู่​ในเสรีภาพ​ซึ่ง​ด้วย​เสรีภาพ​นั้น​ทำให้​เจ้า​เป็นอิสระ; อย่า​ให้​ตน​เอง​พัวพัน​ในบาป, แต่​ให้​มือ​เจ้าสะอาด, จนกว่า​พระเจ้า​เสด็จ​มา.
  ๘๗ เพราะ​อีก​ไม่​กี่​วัน​จาก​นี้​ไป​และ​แผ่นดินโลก​จะ​สั่นไหว​และ​เหวี่ยง​ไป​มา​ดุจ​คน​เมา; และ​ดวงอาทิตย์​จะ​ซ่อน​หน้า​ของ​เขา, และ​จะ​ไม่​ยอม​ส่อง​สว่าง; และ​ดวง​จันทร์​จะ​อาบ​อยู่​ในเลือด; และ​ดวง​ดาว​จะ​เกรี้ยว​โกรธ​นัก, และ​จะ​โยน​ตัว​ลง​มา​ดัง​ลูก​มะเดื่อ​ที่​ร่วง​หล่น​จาก​ต้น​มะเดื่อ.
  ๘๘ และ​หลังจาก​ประจักษ์พยาน​ของ​เจ้า​ความ​พิโรธ​และ​ความ​เคือง​แค้น​ก็​จะ​มาบ​น​ผู้คน.
  ๘๙ เพราะ​หลังจาก​ประจักษ์พยาน​ของ​เจ้า ประจักษ์พยาน​ของแผ่นดินไหว​ก็​จะ​ตาม​มา, ซึ่ง​จะ​ทำให้​เกิด​เสียง​ครวญคราง ณ ใจกลาง​ของ​นาง, และ​มนุษย์​จะ​ล้ม​ลง​สู่​พื้น​ดิน​และ​จะ​ไม่​สามารถ​ยืน​ได้.
  ๙๐ และ​ประจักษ์พยาน​ของเสียง​ฟ้า​คำรน​คำราม​ก็ตาม​มา​ด้วย, และ​เสียง​สายฟ้า​ฟาด, และ​เสียง​พายุ​ฝน​ฟ้าคะนอง, และ​เสียง​คลื่น​แห่ง​ทะเล​โหม​กระหน่ำ​ถั่ง​โถม​ขึ้น​เหนือ​ฝั่ง​ของ​มัน.
  ๙๑ และ​สิ่ง​ทั้งปวง​จะ​อยู่​ใน​ความโกลาหล; และ​แน่นอน, ใจ​มนุษย์​จะ​ท้อแท้; เพราะ​ความ​กลัว​จะ​มา​สู่​ผู้คน​ทั้งปวง.
  ๙๒ และเทพ​ทั้งหลาย​จะ​เหาะ​ผ่าน​ท่ามกลาง​ฟ้า​สวรรค์, โดย​ป่าวร้อง​ด้วย​เสียง​ดัง, เป่าแตร​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, โดย​กล่าว​ว่า: ท่าน​จง​เตรียม, ท่าน​จง​เตรียม, โอ้​ผู้​อยู่​อาศัย​ของ​แผ่นดิน​โลก; เพราะ​การ​พิพากษา​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา​มา​ถึง​แล้ว. ดูเถิด, และ​ดู​สิ, เจ้าบ่าว​เสด็จ​มา; ท่าน​จง​ออก​ไป​เฝ้า​พระองค์.
  ๙๓ และ​ใน​ทันที​จะ​ปรากฏ​เครื่องหมาย​สำคัญยิ่ง​ใน​ฟ้า​สวรรค์, และ​ผู้คน​ทั้งปวง​จะ​เห็น​มัน​พร้อม​กัน.
  ๙๔ และ​เทพ​อีก​องค์​หนึ่ง​จะ​เป่าแตร​ของ​เขา, โดย​กล่าว​ว่า: ศาสนจักร​อันเรืองอำนาจนั้น, มารดา​ของ​ความ​น่า​ชิงชัง, ซึ่ง​ทำให้​ประชาชาติ​ทั้วปวง​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​แห่ง​ความ​พิโรธ​จาก​การ​ผิดประเวณี​ของ​นาง, ซึ่ง​ข่มเหง​วิ​สุทธิ​ชน​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, ที่​ทำให้​พวก​เขา​นองเลือด—นาง​ผู้​นั่ง​อยู่​บน​ผืน​น้ำ​กว้างใหญ่, และ​บน​หมู่​เกาะ​ใน​ทะเล—ดูเถิด, นาง​คือข้าวละมาน​ของ​แผ่นดิน​โลก; นาง​ถูก​มัด​ไว้​เป็น​ฟ่อน​ๆ; สาย​รัด​ของ​นาง​ถูก​ทำให้​แน่นหนา, ไม่​มี​มนุษย์​คน​ใด​จะ​แก้​มัน​ได้; ฉะนั้น, นาง​จึง​พร้อม​ที่​จะ​ถูกเผา. และ​เขา​จะ​เป่าแตร​ของ​เขา​ทั้ง​ยาว​นาน​และ​ดัง, และ​ประชาชาติ​ทั้งปวง​จะ​ได้ยิน.
  ๙๕ และ​จะ​มีค​วามเงียบ​ใน​ฟ้า​สวรรค์​เป็น​เวลา​ครึ่ง​โมง; และ​ใน​ทันที​หลังจาก​นั้น​ม่าน​แห่ง​ฟ้า​สวรรค์​จะ​คลี่​ออก, ดัง​ม้วนกระดาษ​คลี่​ออก​หลังจาก​ที่​ม้วน​ไว้, และ​พระเจ้า​จะ​เปิด​ผ้า​คลุม​พระพักตร์​ของ​พระองค์;
  ๙๖ และ​วิ​สุทธิ​ชน​ที่​อยู่​บน​แผ่นดิน​โลก, ผู้​มี​ชีวิต​อยู่, พระเจ้า​จะ​ทรง​ชุบชีวิต​และ​ทรง​พา​ขึ้นไป​เฝ้า​พระองค์.
  ๙๗ และ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​หลับ​อยู่​ใน​หลุม​ศพ​ของ​พวก​เขา​จะ​ออกมา, เพราะ​หลุม​ศพ​ของ​พวก​เขา​จะ​เปิด​ออก; และ​พระเจ้า​จะ​ทรง​พา​พวก​เขา​ขึ้น​ไป​เฝ้า​พระองค์​ท่ามกลาง​เสา​แห่ง​ฟ้า​สวรรค์​ด้วย—
  ๙๘ พวก​เขา​เป็น​ของ​พระ​คริสต์, ผลแรก, คน​เหล่า​นั้น​ที่​จะ​ลง​มา​พร้อม​กับ​พระองค์​ก่อน, และ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​อยู่​บน​แผ่นดิน​โลก​และ​ใน​หลุม​ศพ​พวก​เขา, ผู้​ที่​พระเจ้า​ทรง​พา​ขึ้น​ไป​เฝ้า​พระองค์​ก่อน​ใคร; และ​ทั้งหมด​นี้​โดย​เสียง​อัน​เกิด​จาก​การ​เป่าแตร​ของ​เทพ​แห่ง​พระผู้เป็นเจ้า.
  ๙๙ และ​หลังจาก​นี้​เทพ​อีก​องค์​หนึ่ง​จะ​เป่า, ซึ่ง​เป็น​แตร​ตัว​ที่​สอง; และ​จาก​นั้น​การ​ไถ่​คน​เหล่า​นั้น​ที่​เป็น​ของ​พระ​คริสต์ ณ การ​เสด็จ​มา​ของ​พระองค์​ก็ตาม​มา; ผู้​ที่​ได้​รับ​ส่วน​ของ​พวก​เขา​ในเรือนจำ​นั้น​ซึ่ง​เตรียม​ไว้​ให้​พวก​เขา, เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​พระ​กิตติคุณ, และ​รับ​การพิพากษา​ตาม​มนุษย์​ใน​เนื้อ​หนัง.
  ๑๐๐ และ​อนึ่ง, แตร​อีก​ตัว​หนึ่ง​จะ​ดัง, ซึ่ง​เป็น​แตร​ตัว​ที่​สาม; และ​จาก​นั้นวิญญาณ​ของ​มนุษย์​ผู้​ที่​จะ​รับ​การ​พิพากษา​ก็​มา, และ​พบ​ว่า​อยู่​ภาย​ใต้​การก​ล่า​วโทษ;
  ๑๐๑ และ​คน​เหล่า​นี้​คือ​คนตาย​ที่​เหลือ​อยู่; และ​พวก​เขา​หา​มี​ชีวิต​อีก​ไม่​จนกว่า​หนึ่งพันปี​นั้น​จะ​สิ้นสุด, ทั้ง​ไม่​มี​อีก, จน​บั้นปลาย​ของ​แผ่นดิน​โลก.
  ๑๐๒ และ​แตร​อีก​ตัว​หนึ่ง​จะ​ดัง, ซึ่ง​เป็น​แตร​ตัว​ที่​สี่, โดย​กล่าว​ว่า: พบ​ว่า​ใน​บรรดา​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ต้อง​อยู่​จนถึง​วัน​สุดท้าย​และ​สำคัญ​ยิ่ง​นั้น, แม้​ใน​การ​สิ้นสุด​นั้น, มี​ผู้​ที่​จะ​ยังสกปรก​อยู่.
  ๑๐๓ และ​แตร​อีก​ตัว​หนึ่ง​จะ​ดัง, ซึ่ง​เป็น​แตร​ตัว​ที่​ห้า, ซึ่ง​เป็น​เทพ​องค์​ที่​ห้า​ผู้​มอบหมาย​พระ​กิตติคุณ​อันเป็นนิจ—เหาะ​ผ่าน​ท่ามกลาง​ฟ้า​สวรรค์, สู่​ประชาชาติ, ตระกูล, ภาษา, และ​คน​ทั้งปวง;
  ๑๐๔ และ​นี่​จะ​เป็น​เสียง​จาก​แตร​ของ​เขา, โดย​กล่าว​แก่​ผู้คน​ทั้งปวง, ทั้ง​ใน​ฟ้า​สวรรค์​และ​ใน​แผ่นดิน​โลก, และ​ที่​อยู่​ใต้​แผ่นดิน​โลก—เพราะ​ทุกหู​จะ​ได้ยิน​มัน, และ​ทุก​เข่า​จะ​ย่อลง, และ​ทุก​ลิ้น​จะ​สารภาพ, ขณะ​ที่​พวก​เขา​ได้ยิน​เสียง​จาก​แตร, โดย​กล่าว​ว่า: จง​เกรงกลัว​พระผู้เป็นเจ้า, และ​น้อม​สรรเสริญ​พระองค์​ผู้​ประทับ​อยู่​บน​พระราช​บัลลังก์, ตลอด​กาล​และ​ตลอด​ไป; เพราะ​โมง​แห่ง​การ​พิพากษา​ของ​พระองค์​มา​ถึง​แล้ว.
  ๑๐๕ นอกจาก​นี้, เทพ​อีก​องค์​หนึ่ง​จะ​เป่าแตร​ของ​เขา, ซึ่ง​เป็น​เทพ​องค์​ที่​หก, โดย​กล่าว​ว่า: นาง​ผู้​ทำให้​ประชาชาติ​ทั้งปวง​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​แห่ง​ความ​พิโรธ​จาก​การ​ผิด​ประเวณี​ของ​นางตก​แล้ว; นาง​ตก​แล้ว, ตก​แล้ว !
  ๑๐๖ และ​อนึ่ง, เทพ​อีก​องค์​หนึ่ง​จะ​เป่าแตร​ของ​เขา, ซึ่ง​เป็น​เทพ​องค์​ที่​เจ็ด, โดย​กล่าว​ว่า: สำเร็จ​แล้ว; สำเร็จ​แล้ว ! พระ​เมษโปดก​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ทรงชนะ​และเหยียบ​บ่อ​ย่ำ​องุ่น​แต่​เพียง​พระองค์​เดียว, แม้​บ่อ​ย่ำ​องุ่น​แห่ง​ความ​ร้ายแรง​ของ​พระ​พิโรธ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ผู้ทรง​ฤทธา​นุ​ภาพ.
  ๑๐๗ และ​จาก​นั้น​เหล่า​เทพ​จะ​ได้​รับ​การ​สวม​มงกุฎ​ด้วย​รัศมี​ภาพ​แห่ง​ฤทธา​นุ​ภาพ​ของ​พระองค์, และ​วิ​สุทธิชน​จะ​เปี่ยม​ด้วย​รัศมีภาพ​ของ​พระองค์, และ​ได้​รับมรดก​ของ​พวก​เขา​และ​ทำให้เท่าเทียม​กับ​พระองค์.
  ๑๐๘ และ​จาก​นั้น เทพ​องค์​แรก​จะ​เป่าแตร​ของ​เขา​เข้าหู​คน​เป็น​ทั้งปวง​อีก, และเปิดเผย​การก​ระ​ทำ​ลับ​ของ​มนุษย์, และ​งาน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ใน​พันปีแรก.
  ๑๐๙ และ​จาก​นั้น เทพ​องค์​ที่​สอง​จะ​เป่าแตร​ของ​เขา, และ​เปิดเผย​การก​ระ​ทำ​ลับ​ของ​มนุษย์, และ​ความ​นึกคิด​และ​เจตนา​ของ​ใจ​พวก​เขา, และ​งาน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ใน​พันปี​ที่​สอง—
  ๑๑๐ และ​ต่อๆ ไป, จน​เทพ​องค์​ที่​เจ็ด​จะ​เป่าแตร​ของ​เขา; และ​เขา​จะ​ออก​มา​ยืน​บน​แผ่นดิน​และ​บน​ทะเล, และ​ปฏิญาณ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระองค์​ผู้​ประทับ​อยู่​บน​พระราช​บัลลังก์, ว่าเวลา​จะ​ไม่​มี​อีก; และ​ซาตาน​จะ​ถูก​พันธนาการ, งู​ดึกดำบรรพ์​ตัว​นั้น, ผู้​ที่​เรียก​ว่า​มาร, และ​จะ​ไม่​ทรง​ปลดปล่อย​เขา​เป็น​เวลา​ต่อ​เนื่อง​หนึ่งพันปี.
  ๑๑๑ และ​จาก​นั้น จะ​ทรงปลดปล่อย​เขา​ชั่ว​ระยะ​เวลา​ไม่​นาน, เพื่อ​เขา​จะ​รวบรวม​กองทัพ​ทั้งหลาย​ของ​เขา.
  ๑๑๒ และ​มีคาเอล, เทพ​องค์​ที่​เจ็ด, แม้​เทพาดิเทพ, จะ​รวบรวม​กองทัพ​ทั้งหลาย​ของ​เขา, แม้​ผอง​ไพร่พล​แห่ง​สวรรค์.
  ๑๑๓ และ​มาร​จะ​รวบรวม​กองทัพ​ทั้งหลาย​ของ​เขา; แม้​ผอง​ไพร่พล​แห่ง​นรก, และ​จะ​ขึ้น​มา​สู้​รบ​กับ​มี​คา​เอลและ​กองทัพ​ทั้งหลาย​ของ​เขา.
  ๑๑๔ และ​จาก​นั้น​การรบ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​ก็​มา​ถึง; และ​มาร​และ​กองทัพ​ทั้งหลาย​ของ​เขา​จะ​ถูก​ขับ​ออก​ไป​ยัง​ที่​ของ​พวก​เขา​เอง, เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ไม่​มี​อำนาจ​เหนือ​วิ​สุทธิ​ชน​อีก​ไม่​ว่า​ใน​ทาง​ใด​ก็ตาม.
  ๑๑๕ เพราะ​มี​คา​เอลจะรบ​ให้​พวก​เขา, และ​จะ​ชนะ​คน​ที่หมายมั่น​พระราช​บัลลังก์​ของ​พระองค์​ผู้​ประทับ​บน​พระราช​บัลลังก์​นั้น, แม้​พระ​เมษ​โปดก.
  ๑๑๖ นี่​คือ​รัศมี​ภาพ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, และ​คน​ที่​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้บริสุทธิ์​แล้ว; และ​พวก​เขา​จะ​ไม่​เห็น​ความตาย​อีก​เลย.
  ๑๑๗ ฉะนั้น, ตาม​จริง​แล้ว​เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, เพื่อน​ของ​เรา, จง​เรียก​ให้​มี​การ​ชุมนุม​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เจ้า, ดัง​ที่​เรา​บัญชา​เจ้า.
  ๑๑๘ และ​เนื่องจาก​คน​ทั้งปวง​ไม่​มี​ศรัทธา, เจ้า​จง​แสวง​หา​อย่าง​ขยัน​หมั่น​เพียร​และสอน​ถ้อยคำ​แห่งปัญญา​ให้​กัน; แท้จริง​แล้ว, เจ้า​จง​แสวง​หา​ถ้อยคำ​แห่ง​ปัญญา​จาก​บรรดาหนังสือ​ดี​ที่สุด; แสวง​หา​การ​เรียน​รู้, แม้​โดย​การ​ศึกษา​และ​โดย​ศรัทธา​ด้วย.
  ๑๑๙ จง​วาง​ระเบียบ​ตน​เอง; เตรียม​สิ่ง​ที่​จำเป็น​ทุก​อย่าง; และ​สถาปนาบ้าน, แม้​บ้าน​แห่ง​การ​สวด​อ้อนวอน, บ้าน​แห่ง​การ​อด​อาหาร, บ้าน​แห่ง​ศรัทธา, บ้าน​แห่ง​การ​เรียน​รู้, บ้าน​แห่ง​รัศมี​ภาพ, บ้าน​แห่ง​ระเบียบ, บ้าน​แห่ง​พระผู้เป็นเจ้า;
  ๑๒๐ เพื่อ​การ​เข้า​มา​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​ไป​ใน​พระ​นาม​ของ​พระเจ้า; เพื่อ​การ​ออก​ไป​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​ไป​ใน​พระ​นาม​ของ​พระเจ้า; เพื่อ​การ​ทักทาย​ทั้งหมด​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​ไป​ใน​พระ​นาม​ของ​พระเจ้า, ด้วย​มือ​ที่​ยก​ขึ้น​แด่​พระ​ผู้​สูง​สุด.
  ๑๒๑ ฉะนั้น, จงยุติ​คำ​พูด​เล่น​ๆ ทั้งปวง​ของ​เจ้า, จาก​การสรวลเสเฮฮา​ทั้งปวง, จาก​ความ​ปรารถนา​ที่​เป็น​ตัณหาราคะ​ทั้งปวง​ของ​เจ้า, จาก​ความจองหอง​และ​ความ​ไม่​จริงจัง​ทั้งปวง​ของ​เจ้า, และ​จาก​การก​ระ​ทำ​ชั่ว​ทั้งปวง​ของ​เจ้า.
  ๑๒๒ จง​กำหนด​ผู้​สอน​ใน​บรรดา​พวก​เจ้า, และ​อย่า​ให้​ทุก​คน​เป็น​ผู้​พูด​พร้อม​กัน; แต่​ให้​พูด​ที​ละ​คน​และ​ให้​ทุก​คน​ฟัง​คำ​กล่าว​ของ​เขา, เพื่อ​ว่า​เมื่อ​ทุก​คน​พูด​เพื่อ​ทุก​คน​จะ​รับ​การจร​ร​โลง​ใจ​จาก​ทุก​คน, และ​เพื่อ​มนุษย์​ทุก​คน​จะ​มี​อภิสิทธิ์​เท่าเทียม​กัน.
  ๑๒๓ จง​ดู​ว่า​เจ้ารัก​กัน; เลิกโลภ; เรียน​รู้​ที่​จะ​แบ่งปัน​ให้​แก่​กัน​ดัง​ที่​พระ​กิตติคุณ​เรียก​ร้อง.
  ๑๒๔ เลิกเกียจคร้าน; เลิก​ไม่​สะอาด; เลิกจับผิด​กัน; เลิก​นอน​นาน​เกิน​ความ​จำเป็น; จง​เข้า​นอน​แต่​หัวค่ำ, เพื่อ​เจ้า​จะ​ไม่​เหนื่อย​อ่อน; ตื่น​แต่​เช้า, เพื่อ​ร่างกาย​เจ้า​และ​ความ​คิด​เจ้า​จะ​กระปรี้กระเปร่า.
  ๑๒๕ และ​เหนือ​สิ่ง​ทั้งปวง, จง​ห่อ​หุ้ม​ตน​เอง​ด้วย​พันธะ​แห่ง​จิตกุศล, ดัง​ด้วย​เสื้อ​คลุม, ซึ่ง​เป็น​พันธะ​แห่ง​ความ​ดี​พร้อม​และ​สันติสุข.
  ๑๒๖ จง​สวดอ้อนวอน​เสมอ, เพื่อ​เจ้า​จะ​ไม่​ท้อ​ใจ, จนกว่า​เรา​จะมา. ดูเถิด, และ​ดู​สิ, เรา​จะ​มา​โดย​พลัน, และ​รับ​เจ้า​ไว้​กับ​ตัว​เรา. เอ​เมน.
  ๑๒๗ และ​อนึ่ง, ระเบียบ​ของ​บ้าน​ที่​เตรียม​ไว้​ให้​ฝ่าย​ประธาน​ของ​โรงเรียน​ศาสดาพยากรณ์, สถาปนา​ขึ้น​เพื่อ​แนะนำ​พวก​เขา​ถึง​สิ่ง​ทั้งปวง​ที่​สมควร​สำหรับ​พวก​เขา, แม้​สำหรับเจ้าหน้าที่​ทั้งปวง​ของ​ศาสนจักร, หรือ​อีก​นัย​หนึ่ง, คน​เหล่า​นั้น​ที่​ได้​รับ​เรียก​มา​ปฏิบัติ​ศาสนกิจ​ใน​ศาสนจักร, โดย​เริ่ม​ที่​มหา​ปุโรหิต, แม้​ลง​มา​ถึง​มัคนายก—
  ๑๒๘ และ​นี่​จะ​เป็น​ระเบียบ​ของ​บ้าน​แห่ง​ฝ่าย​ประธาน​ของ​โรงเรียน: คน​ที่​กำหนด​ให้​เป็น​ประธาน, หรือ​ผู้​สอน, พึง​พบ​ว่า​อยู่​ใน​สถาน​ที่​ของ​เขา, ใน​บ้าน​ซึ่ง​พึง​เตรียม​ไว้​ให้​เขา.
  ๑๒๙ ฉะนั้น, เขา​พึง​เป็น​คน​แรก​ใน​บ้าน​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, ใน​สถาน​ที่​ซึ่ง​การ​ชุมนุม​ใน​บ้าน​จะ​ได้ยิน​ถ้อยคำ​ของ​เขา​อย่าง​ละเอียด​ถี่ถ้วน​และ​ชัดเจน, มิ​ใช่​ด้วย​การ​พูด​เสียง​ดัง.
  ๑๓๐ และ​เมื่อ​เขา​เข้า​มา​ใน​บ้าน​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, เพราะ​เขา​ควร​เป็น​คน​แรก​ใน​บ้าน—ดูเถิด, นี่​เป็น​สิ่ง​ที่​งดงาม, เพื่อ​เขา​จะ​เป็น​แบบอย่าง—
  ๑๓๑ ให้​เขาถวาย​ตน​ใน​การ​สวด​อ้อนวอน​โดย​คุกเข่า​ต่อ​พระ​พักตร์​พระผู้เป็นเจ้า, เป็น​หมาย​สำคัญ​หรือ​ความ​ระลึก​ถึง​พัน​ธ​สัญญา​อันเป็น​นิจ.
  ๑๓๒ และ​เมื่อ​ใคร​จะ​เข้า​มา​หลังจาก​เขา, ก็​ให้​ผู้​สอน​ลุก​ขึ้น, และ​ด้วย​มือ​ที่​ยก​ขึ้น​สู่​ฟ้า​สวรรค์; แท้จริง​แล้ว, แม้​ตรง​ขึ้น​ไป, ต้อนรับ​พี่น้อง​หรือ​พี่น้อง​ทั้งหลาย​ของ​เขา​ด้วย​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้:
  ๑๓๓ ท่าน​พี่น้อง​หรือ​ท่าน​พี่น้อง​ทั้งหลาย ? ข้าพเจ้า​ต้อนรับ​ท่าน​ใน​พระ​นาม​ของ​พระเจ้า พระ​เยซู​คริสต์, เป็น​หมาย​สำคัญ​หรือ​ความ​ระลึก​ถึง​พัน​ธ​สัญญา​อันเป็น​นิจ, ซึ่ง​พัน​ธ​สัญญา​นั้น​ข้าพเจ้า​รับ​ท่าน​เป็น​เพื่อน​ร่วมสมาชิก, ด้วย​ความ​ตั้งใจ​ที่มั่น​คง, ไม่​หวั่นไหว, และ​ไม่​เปลี่ยนแปลง, เพื่อ​เป็น​เพื่อน​และพี่น้อง​ท่าน​โดย​ทาง​พระ​คุณ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ใน​พันธะ​แห่ง​ความ​รัก, เพื่อ​ดำเนิน​ชีวิต​ใน​พระ​บัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ทุก​ประการ โดย​ปราศจาก​ข้อ​ตำหนิ, ใน​การ​น้อม​ขอบ​พระทัย, ตลอด​กาล​และ​ตลอด​ไป. เอ​เมน.
  ๑๓๔ และ​คน​ที่​เจ้า​พบ​ว่า​ไม่​มี​ค่า​สม​กับ​การ​ต้อนรับ​นี้​จะ​ไม่​มี​ที่​อยู่​ใน​บรรดา​พวก​เจ้า; เพราะ​เจ้า​ไม่​พึง​ยอม​ให้​เขา​ทำ​บ้าน​ของ​เราสกปรก.
  ๑๓๕ และ​คน​ที่​เข้า​มา​และ​ซื่อสัตย์​ต่อหน้า​เรา, และ​เป็น​พี่น้อง, หรือ​หาก​พวก​เขา​เป็น​พี่น้อง​ทั้งหลาย, พวก​เขา​จะ​ต้อนรับ​ประธาน​หรือ​ผู้​สอน​ด้วย​มือ​ที่​ยก​ขึ้น​สู่​ฟ้า​สวรรค์, ด้วย​การ​สวด​อ้อนวอน​และ​พัน​ธ​สัญญา​เดียวกัน​นี้, หรือ​โดย​กล่าว​เอ​เมน, เป็น​หมาย​สำคัญ​ถึง​สิ่ง​เดียวกัน.
  ๑๓๖ ดูเถิด, ตาม​จริง​แล้ว, เรา​กล่าว​แก่​เจ้า, นี่​คือ​แบบอย่าง​แก่​เจ้า​เพื่อ​ต้อนรับ​กัน​ใน​บ้าน​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, ใน​โรงเรียน​ศาสดา​พยากรณ์.
  ๑๓๗ และ​เจ้า​ได้​รับ​เรียก​มา​ทำ​การ​นี้​โดย​การ​สวด​อ้อนวอน​และ​การ​น้อม​ขอบ​พระทัย,ขณะ​ที่​พระ​วิญญาณ​จะ​ประทาน​ให้​เอ่ย​ปาก​ใน​การก​ระ​ทำ​ทั้งปวง​ของ​เจ้า​ใน​บ้าน​ของ​พระเจ้า, ใน​โรงเรียน​ศาสดา​พยากรณ์,เพื่อ​บ้าน​นี้​จะ​กลาย​เป็น​สถาน​ศักดิ์สิทธิ์, พลับพลา​ของ​พระ​วิญญาณ​ศักดิ์สิทธิ์​เพื่อ​การจร​ร​โลงใจ​ของ​เจ้า.
  ๑๓๘ และ​เจ้า​ไม่​พึง​รับ​คน​หนึ่ง​คน​ใด​ใน​บรรดา​พวก​เจ้า​เข้า​โรงเรียน​นี้​เว้นแต่​เขา​สะอาด​จากเลือด​ของ​คน​รุ่น​นี้;
  ๑๓๙ และ​จง​รับ​เขา​โดยศาสนพิธีล้าง​เท้า, เพราะ​เพื่อ​จุดหมาย​นี้​ศาสนพิธีล้าง​เท้า​จึง​ตั้ง​ขึ้น.
  ๑๔๐ และ​อนึ่ง, ศาสนพิธีล้าง​เท้า​พึง​ปฏิบัติ​โดย​ประธาน, หรือ​เอ็ลเด​อร์ที่​ควบคุม​ของ​ศาสนจักร.
  ๑๔๑ พึง​เริ่ม​ด้วย​การ​สวด​อ้อนวอน; และ​หลังจาก​รับส่วน​ขนมปัง​และ​เหล้า​องุ่น​แล้ว, เขา​พึง​คาด​เอว​ตามแบบฉบับ​ที่​ให้​ไว้​ใน​บท​ที่​สิบ​สาม​แห่ง​ประจักษ์พยาน​ของ​ยอ​ห์น​เกี่ยว​กับ​เรา. เอ​เมน.